'ความกลัว' และ 'ความมั่นคง' ของมนุษย์

มองจากมุม 'อมาตยา เซน'

นักเศรษฐศาสตร์ รางวัลโนเบล

รายงาน

หมายเหตุ - คณะกรรมาธิการว่าด้วยความมั่นคงของมนุษย์ สหประชาชาติ ร่วมกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดประชุมนานาชาติ เรื่อง "สิ่งท้ายทายความมั่นคงของมนุษย์ในโลกไร้พรมแดน" เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม โดยมีสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จเป็นประธานเปิดประชุม

ทั้งนี้ 2 ใน 12 คณะกรรมาธิการว่าด้วยความมั่นคงของมนุษย์ คือศาสตราจารย์ซาดาโกะ โอกาตะ อดีตข้าหลวงใหญ่องค์การผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ ชาวญี่ปุ่น และศาสตราจารย์อมาตยา เซน นักเศรษฐศาสตร์ชาวอินเดีย เจ้าของรางวัลโนเบล ประจำปี 1998 เป็นประธานร่วมในครั้งนี้ด้วย

โอกาสนี้ศาสตราจารย์อมาตยา เซน ได้กล่าวสะท้อนมุมมองเรื่องแนวคิด เกี่ยวกับความมั่นคงของมนุษย์ ด้านการปลอดพ้นจากความหวาดกลัว มีเนื้อหาน่าสนใจดังนี้

ความมั่งคงของมนุษย์เป็นปัญหาเก่าแก่ หากย้อนกลับไปสมัยพุทธกาลเมื่อกว่า 2,500 ปีมาแล้ว พระพุทธเจ้าต้องการสร้างความมั่นคงให้แก่มวลมนุษยชาติ ซึ่งความมั่นคงดังกล่าวคือความมั่นคงทางจิตใจ พระองค์เห็นความทุกข์จากการเกิด แก่ เจ็บตายจึงพยายามหาเหตุแห่งทุกข์ดังกล่าวจึงพยายามค้นหาทางดับทุกข์ดังกล่าว การตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า การเผยแพร่ธรรมที่ทรงตรัสรู้นั้นเป็นการสร้างความมั่นคงทางจิตใจให้กับมนุษย์ ซึ่งเป็นรากฐานของความมั่นคงในระดับจิตใจ พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้เข้าใจรากเหง้าของสาเหตุที่ทำให้เกิดทุกข์ และคำสอนดังกล่าวยังสามารถปรับใช้กับสภาวะการณ์ในปัจจุบันได้เป็นอย่างดี

ปัญหาความไม่มั่นคงทั้งหลายที่มนุษย์กำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ มนุษย์เป็นผู้สร้างเงื่อนไขแห่งความขัดแย้งต่างๆ ขึ้นมาเอง ดังนั้นการหาทางแก้ไขปัญหาจึงต้องเป็นหน้าที่ของมนุษย์เอง แม้ปัญหาบางอย่างจะไม่สามารถแก้ไขให้หมดสิ้นไปได้ แต่เราสามารถลดความรุนแรงของสถานการณ์ปัญหาทุเลาเบาบางลงได้ อย่างสถานการณ์เกี่ยวกับเชื้อไวรัสเอชไอวี(HIV) ขณะนี้หลายฝ่ายก็กำลังพยายามหาทางเยียวยาและคิดค้นตัวยาที่สามารถรักษาป้องกันไวรัสดังกล่าวเหมือนกับที่ครั้งหนึ่งมนุษย์ ได้คิดค้นตัวยาที่สามารถกำจัดโรคฝีดาษให้หมดไปได้

เคยตั้งคำถามไว้ประมาณ 5-6 ปีที่แล้ว ก่อนเกิดเหตุการณ์วิกฤตเศรษฐกิจในเอเชียว่า หากประเทศที่เศรษฐกิจกำลังเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว อย่างประเทศไทย หรือเกาหลีใต้ต้องประสบภาวะเศรษฐกิจ ที่พลิกผันไม่ว่าจะมาจากสาเหตุใดก็ตาม ชีวิตความเป็นอยู่ สถานภาพต่างๆ ในประเทศจะเป็นเช่นไรหลังจากนั้นก็ได้รับคำตอบที่ไม่คาดคิดเมื่อทั้ง 2 ประเทศ ที่กล่าวมานั้นต้องเผชิญกับสถานการณ์เลวร้ายที่ต่างก็คาดไม่ถึง

โครงสร้างสังคมต่างๆ เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ความเจริญเติบโตด้านต่างๆ กลับเข้าสู่สภาวะเสื่อมลงในพริบตา คนตกงานไปหมดนักเรียนนักศึกษาก็ต้องประสบกับปัญหา ต้องออกจากโรงเรียนเพราะพ่อแม่ไม่เงินส่งลูกเรียน คนป่วยก็ต้องประสบกับปัญหาไม่มีเงินจ่ายค่ารักษาพยาบาล เป็นต้นปัญหาเหล่านี้เป็นที่น่าสลดใจอย่างมาก เมื่อความสุขที่กำลังก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ กลับต้องพังทลายกลายเป็นเรื่องน่าเศร้าลงในพริบตา

การจะแก้ไขความไม่มั่นคงดังกล่าวต้องอาศัยมันสมองของมนุษย์คิดค้นหาวิธีอย่างจริงจัง ซึ่งต้องได้รับการปฏิรูปโดยเร่งด่วน เรื่องกระแสโลกาภิวัตน์เป็นเรื่องที่ถกเถียงกันอยู่บ่อยๆ เพราะโลกาภิวัตน์นำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้า แต่ขณะเดียวกันก็นำมาซึ่งความเสื่อมโทรมด้วยเช่นกัน

ประเทศไทยเป็นประเทศหนึ่งที่มีความพยายามรักษาและคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามที่สืบต่อจากบรรพบุรุษ อีกทั้งพยายามไม่ให้กระแสโลกาภิวัตน์สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคมเร็วเกินไป แต่อย่างไรก็ตาม ก็ยังไม่สามารถควบคุมการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวได้ทั้งหมด จึงเป็นที่มาของปัญหาที่กลุ่มองค์กรต่างๆ ได้รวบรวมเพื่อนำมาเสนอในการประชุมครั้งนี้

การจะตอบสนองความมั่นคงของมนุษย์ในยุคโลกาภิวัตน์ต้องดูโครงสร้างสถาบันทางสังคม ตั้งแต่ระดับท้องถิ่น ระดับประเทศไปจนถึงระดับนานาชาติเป็นหลัก เนื่องจากเป็นสถาบันที่มีอำนาจในการวางมาตรการต่างๆ ในการสร้างความมั่นคงให้กับมนุษย์โดยเฉพาะความมั่นด้านปัจจัย 4 ซึ่งเป็นพื้นฐานในการดำรงชีวิต

ปัจจุบันเรามักจะมุ่งสร้างความเจริญรุ่งเรือง สร้างมั่นคงของรัฐมากกว่าที่จะสร้างความมั่นคงให้กับมนุษย์ ดังนั้นเราจึงต้องแสดงเจตจำนงที่ชัดเจนต่อการแก้ไขปัญหาต่างๆ แต่เนื่องด้วยคณะกรรมาธิการว่าด้วยความมั่นคงของมนุษย์มีอำนาจและขอบเขตการทำงานที่จำกัด ข้อเสนอต่อที่ประชุมบางประการก็กว้างเกินไปหรือบางครั้งก็เกินอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีการส่งมอบประเด็นปัญหาบางอย่างไปสู่องค์กรหรือหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง

การประชุมวันนี้จึงเน้นที่การมุ่งนำเสนอปัญหามากกว่าที่จะมุ่งสรุปหาวิธีแก้ไข ข้อเสนอในวันนี้จะถูกแบ่งเป็นหมวดหมู่ก่อนที่ที่จะประชุมสรุป ประมวลผลเพื่อจัดทำเป็นรายงานในเดือนกุมภาพันธ์ 2546 และตีพิมพ์ในเดือนเมษายนถึงเดือนพฤษภาคมปีเดียวกัน อย่างสถานการณ์ปัจจุบันที่มีขั้วอำนาจของโลกหลักขั้วเดียวคือประเทศสหรัฐอเมริกา ดังนั้นอำนาจการตัดสินใจต่างๆ บนเวทีโลกของอเมริกาจึงไม่ค่อยมีใครแสดงการคัดค้านอย่างออกหน้าออกตานัก

แม้ปัจจุบันนานาประเทศพยายามสนับสนุนให้มีการเจรจาอย่างสันติและหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าด้วยความรุนแรง แต่สถานการณ์ของความตึงเครียดระหว่างอเมริกากับอิรักยังคงคุกรุ่นอยู่และอาจมีแนวโน้มจบลงด้วยความรุนแรง

 

กลับหน้าแรก