หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
นำเข้าแรงงานลาว 1 แสนคน... ฝันร้ายกลางฤดูฝน

โดย สุภางค์ จันทวานิช สถาบันเอเชียศึกษา  มติชนรายวัน วันที่ 09 สิงหาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10013

มติของคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมือง(กบร.) เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2545 อนุมัติให้จ้างแรงงานต่างด้าวเพิ่มอีก 1 แสนคน เพื่อทำงานในอุตสาหกรรมอาหารทะเลแช่แข็ง และอุตสาหกรรมสิ่งทอ ถือเป็นฝันร้ายกลางฤดูฝน ที่กำลังจะเริ่มทีเดียว เพราะเป็นสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่า รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงานจะมีข้อเสนอเช่นนี้

ที่ถือเป็นฝันร้ายเพราะ

1.เวลานี้ประเทศไทยมีแรงงานต่างด้าวที่ยังไม่ได้มาขอรับใบอนุญาตขึ้นทะเบียนตั้งแต่ปี 2547 จำนวนไม่ต่ำกว่า 2 แสนคน

หลังจากที่ครบกำหนดแล้วก็ยังไม่ได้มีการตรวจจับแรงงานและนายจ้างที่ทำงาน และว่าจ้างกันอยู่โดยผิดกฎหมาย ทั้งๆ ที่กระทรวงแรงงานมีรายชื่อนายจ้างที่มาขอรับโควต้าอยู่ทุกราย

เมื่อครบกำหนด 1 ปี รัฐบาลก็ทำได้แค่ขยายเวลาให้แรงงานที่มาขอรับใบอนุญาตตั้งแต่ปี 2547 จำนวน 8 แสนเศษ ทำงานต่อได้อีก 1 ปี

เมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน 2548 แรงงานกลุ่มนี้มาขอต่ออายุเพียง 4 แสนคน อีก 4 แสนคนหายไปจนต้องมีการขยายเวลาต่ออายุ

ในสภาพการที่มีแรงงานอยู่นอกระบบหลายแสนคนลักลอบทำงานอยู่นี้ รัฐบาลยังคิดจะสร้างปัญหาเพิ่ม ด้วยการนำเข้าแรงงานอีก 1 แสนคนหรือ?

คนไทยทั่วๆ ไปโดยเฉพาะแรงงานไทยจึงควรจะเริ่มเตรียมพบกับฝันรายได้แล้ว ในยุคข้าวยากหมากแพง จะมีแรงงานต่างด้าวเข้ามาแย่งงานกับคนไทยเพิ่มอีก 1 แสนคน

ถ้ารวมกับที่มีอยู่เดิม 1.2 ล้านคน ก็จะกลายเป็น 1.3 ล้านคน

2.ขณะนี้มีแรงงานลาวจำนวนมากลักลอบทำงานอยู่ในจังหวัดตามตะเข็บชายแดนไทยลาวอยู่แล้ว ที่จังหวัดมุกดาหาร นครพนม และอุบลราชธานี

คนไทยในสามจังหวัดล้วนมีความกังวลว่าแรงงานลาวจะเข้ามาแย่งงานแรงงานไทยมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังการสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งที่ 2 ที่มุกดาหาร-สะหวันนะเขตที่จะแล้วเสร็จในปี 2549

นอกจากนั้นแรงงานดังกล่าวยังสามารถผสมกลมกลืนกับคนไทยในภาคอีสานได้อย่างดียิ่ง เพราะใช้ภาษาเดียวกัน ทางการไม่สามารถจำแนกได้เลยว่าใครเป็นคนไทยใครเป็นลาว

การนำเข้าคนลาวเพิ่มอีก 1 แสนคน จะทำให้กลุ่มแรงงานต่างด้าวที่คลุมเครือที่สุดนี้มีจำนวนเพิ่มขึ้น และสร้างปัญหาที่ซับซ้อนมากในอนาคต

นับเป็นฝันร้ายล่วงหน้าอีกแบบหนึ่ง

3.ประเภทของงานที่รัฐบาลคาดว่าจะให้แรงงานนำเข้าทำคือ งานผลิตอาหารทะเลแช่แข็งและอุตสาหกรรมสิ่งทอ

ผู้เขียนขอยืนยันว่างานทั้งสองอย่างนี้ไม่ใช่งานกรรมกรตามที่มติคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้แรงงานต่างด้าวทำได้

งานดังกล่าวยังมีคนไทยทำอยู่ ที่สมุทรสาครยังมีคนไทยปอกกุ้งเพื่อแช่แข็งส่งออกร่วมกับแรงงานพม่า

งานในแพปลาอาจเป็นงานหนักยากลำบาก แต่งานผลิตอาหารทะเลแช่แข็งและงานสิ่งทอไม่ใช่งานหนักยากลำบาก ฉันทนาจำนวนมากก็ยังทำงานอยู่ในโรงงานสิ่งทอที่สมุทรปราการ อ้อมน้อย อ้อมใหญ่ ในทางตรงกันข้าม กลับมีแต่โรงงานสิ่งทอบางโรงที่ปิดกิจการในบริเวณนี้แล้วไปเปิดใหม่แถวชายแดน เพื่อจะได้ว่าจ้างแรงงานต่างด้าวราคาถูกแทนแรงงานไทย

ถ้าหากรัฐบาลนำเข้าแรงงาน 1 แสนคน มาทำงานในกิจการทั้งสองนี้ก็จะเป็นการแย่งงานคนไทยทำในงานที่ไม่ใช่งานกรรมกร

การกล่าวว่าแรงงานไทยไม่ยอมทำจึงต้องหาแรงงานต่างด้าวมาทำแทน ดูจะเป็นข้ออ้างที่จะไม่ต้องจ่ายค่าแรงขั้นต่ำ ให้แรงงานไทยเสียมากกว่า

ในจังหวะที่ภาคเอกชนกำลังจะเร่งส่งออกอาหารแช่แข็งหลังจากที่ถูกตลาดในต่างประเทศกีดกันมาเป็นเวลานาน เป็นโอกาสทองที่ต้องระดมแรงงานมาช่วยผลิต และถ้าได้แรงงานราคาถูกจำนวนมากมาทำงานนี้ ผลกำไรก็จะเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

ฝันดีของภาคเอกชนทำท่าจะเป็นฝันร้ายของแรงงานไทยไปพร้อมๆ กัน

4.ในท่ามกลางความสับสนนี้ สิ่งที่รัฐบาลโดยกระทรวงแรงงาน ควรเร่งทำคือการให้นิยามที่ชัดเจนของคำว่า "งานกรรมกร" ที่แล้วมามีงานหลายประเภทที่แรงงานต่างด้าวมาขออนุญาตทำและได้ใบอนุญาตไปแล้ว ทั้งๆ ที่กระทรวงแรงงานเองก็ไม่แน่ใจว่างานเหล่านั้นเป็นงานกรรมกรหรือไม่ เช่น งานขายของหน้าร้าน(มีนายจ้าง) งานร้านเสริมสวย งานอาบอบนวด งานเปิดร้านหรือเร่ขายของของตนเอง เช่น ขายอาหาร ของใช้ ฯลฯ

งานทั้งหมดเหล่านี้เป็นการบริการอย่างชัดเจน ไม่ใช่งานกรรมกร แต่ไม่ทราบว่ามีแรงผลักดันอะไร ทำให้กระทรวงแรงงานไม่กล้าฟันธงลงไปว่า ไม่ใช่งานกรรมกร

ความลังเลนี้ทำให้สถานการณ์ว่าจ้างแรงงานต่างด้าวของไทยเลวร้ายขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย ไต้หวัน ที่ต่างก็ว่าจ้างแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงาน โดยมีการจำกัดประเภทของงานโดยเคร่งครัด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของแรงงานของตน

เราจะไม่เคยพบว่าไต้หวันยินยอมให้แรงงานไทยไปทำงานขายของหน้าร้าน หรือ สิงคโปร์ยอมให้แรงงานไทยทำงานเสริมสวยโดยถูกกฎหมาย

แต่รัฐบาลไทยกลับไม่ทันเกม ปล่อยให้แรงงานต่างด้าวทำงานโดยไม่จำกัดประเภทอย่างเคร่งครัด

เมื่อทำไปแล้วก็ยังไม่มีมาตรการแก้ไข ต้องเรียกว่าวัวหายไปแล้วยังไม่คิดจะล้อมคอกด้วยซ้ำ สภาพเช่นนี้เกิดมาแล้วตั้งแต่ปี 2544 และยังคงเรื้อรังมาเรื่อยๆ

เป็นทั้งฝันร้ายและฝันหลอนเลยทีเดียว

จึงใคร่ขอให้นายสรอรรถ กลิ่นประทุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองนายกรัฐมนตรีผู้เป็นประธานคณะกรรมการบริหารแรงงานต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองทบทวนมติดังกล่าวเสียใหม่ อย่าให้ประเทศไทยต้องบอบช้ำไปกว่านี้เลย

การนำเข้าแรงงานต่างด้าวเข้ามาใหม่หมายถึงกระบวนการจัดหางาน ซึ่งจะมีบริษัทจัดหางานเข้ามาเกี่ยวข้อง ถ้าหากมีความไม่โปร่งใสในกระบวนการจัดหาแรงงานลาวเกิดขึ้น ท่านทั้งสองจะต้องมามัวหมองไปด้วยทั้งที่อาจไม่ได้มีส่วนได้ส่วนเสีย

ในอดีตเมื่อไม่นานมานี้กระทรวงแรงงานเคยต้องให้ข้าราชการประจำระดับสูงและระดับรองลงไปออกจากราชการ เพราะความไม่โปร่งใสในการส่งแรงงานไทยไปต่างประเทศ มาครั้งนี้ ถ้าเหตุการณ์ซ้ำรอย ข้าราชการประจำจะต้องรับบาปอยู่ฝ่ายเดียว หรือข้าราชการการเมืองจะต้องเข้าปิ้งด้วย

นึกแล้วเป็นฝันร้ายจริงๆ

หน้า 6