หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
กองสลากฯ ยุคซานต้าแม้ว โปรยหมื่นล้านเอื้อ (อาทร) การเมือง

รายงานพิเศษ  มติชนรายสัปดาห์ วันที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 26 ฉบับที่ 1322

การใช้เงินกำไรจากหวยปีละหลายหมื่นล้าน ในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกตั้งคำถามมาโดยตลอดว่ามีความโปร่งใสเพียงใด ครั้งหนึ่ง ส.ส.พรรคไทยรักไทย กินค่าหัวคิว เงินบริจาคของวัด โดย ส.ส. ชักเอาไว้ 150,000 บาท มอบให้วัดเพียง 50,000 บาท

เมื่อมีการตรวจสอบพบ ส.ส.ไทยรักไทย ชักเงินค่าต๋งไปจริง ส.ส. คนดังกล่าวก็เอาเงินไปคืนวัด แล้วเรื่องก็จบไปแบบเงียบๆ

กรณีตัวอย่างเล็กๆ ของการใช้เงินกำไรจากสลากพิเศษ เป็นเพียงยอดภูเขาน้ำแข็ง เพราะจริงๆ แล้ว ก่อนเลือกตั้ง 6 กุมภาพันธ์ 2548 มีการกดตู้เอทีเอ็มจากกองสลากฯ เพื่อเอื้อประโยชน์ทางการเมืองมิใช่น้อย

จากงานวิจัย เรื่อง "เงินกำไรจากหวยคืนสู่สังคมหรือเอื้อประโยชน์การเมือง" ปี 2548 ของสถาบันพัฒนาสื่อสารมวลชน ได้เปิดโปงการใช้เงินกำไรจากหวยเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว และเงินกำไรจากสลากพิเศษ ในแง่มุมที่คนซื้อหวยครึ่งประเทศไม่เคยรู้มาก่อน

ปัจจุบันสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พิมพ์สลากออกจำหน่าย 3 ประเภท คนทั่วไปอาจไม่รู้ว่า สลากกินแบ่งรัฐบาล กับ สลากพิเศษ (สลากการกุศล) และสลากเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว อยู่ภายใต้กฎหมายคนละฉบับ และที่สำคัญการใช้เงินกำไรของหวย 3 แบบก็แตกต่างกัน

สลากกินแบ่งรัฐบาล จัดสรรเงินรายได้ตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ.2517 ขณะที่ สลากพิเศษจัดสรรเงินได้ตาม พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ.2478 ส่วน สลากแบบเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว จัดสรรกำไรตามมติ ครม. (8 กรกฎาคม 2546)

ทุกวันนี้มีเพียง สลากกินแบ่งรัฐบาลเท่านั้นที่นำส่งรายได้เข้าเป็นรายได้แผ่นดิน ส่วนหวยอีก 2 แบบ ได้รับการยกเว้น ไม่ต้องนำรายได้เข้าแผ่นดิน ทำให้ หน่วยราชการ บุคคล และองค์กรต่างๆ รวมทั้งฝ่ายการเมือง สามารถขอเงินจากสลากพิเศษ (สลากการกุศล) หรือ หวยเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว ไปใช้ดำเนินโครงการต่างๆ ได้สะดวกราวกับหยิบจากกระเป๋าหัวหน้าพรรค

จากข้อมูลพบว่า สลากการพิเศษ (สลากการกุศล) จำหน่าย จำนวน 16 ล้านฉบับต่อ 2 สัปดาห์ ทำให้สำนักงานสลากฯ มีผลกำไรถึง 352 ล้านบาทต่อเดือน หรือเท่ากับ 4,220 ล้านบาทต่อปี

เงินจากสลากพิเศษ กำหนดให้ ผู้อำนวยการสลากกินแบ่งรัฐบาล สามารถลงนามสั่งจ่ายได้ตลอดเวลา ครั้งละไม่เกิน 300,000 บาท ปลัดกระทรวงการคลังในฐานะประธานคณะกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล ลงนามสั่งจ่ายได้ ตลอดเวลาครั้งละไม่เกิน 500,000 บาท

ส่วนผลกำไรที่ได้จากการขายสลาก 3 ตัว 2 ตัว หรือ หวยบนดิน ซึ่งเริ่มออกครั้งแรกเมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2546 นับตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม 2547 ถึงกลางพฤษภาคม 2548 รัฐบาลมีกำไรจากการขายสลากส่วนนี้เฉลี่ยงวดละ 700-800 ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จนับจากที่เริ่มขายสลากจนถึงปัจจุบันรัฐบาลมีกำไร 29,400-33,600 ล้านบาท

ดังนั้น เมื่อรวม สลากการกุศล 352 ล้านบาทต่อเดือนหรือ 4,220 ล้านบาทต่อปีที่ไม่ต้องเข้างบประมาณกลาง บวกกับ เงินกำไรจากการขายสลาก 3 ตัว 2 ตัวอีก ทำให้มีเงินจากสลาก 2 ประเภท มากองรวมกันถึง 34,000-38,000 ล้านบาท

เงินเกือบ 40,000 ล้านต่อปี ถูกนำเอาไปใช้อย่างไร? ไม่เคยมีคำตอบที่ชัดเจน

ล่าสุด กองสลากฯ ยอมเปิดเผยการใช้เงินกำไรของหวยเลขท้าย 3 ตัว 2 ตัว 40 รายการ โดยหน่วยงานที่ขอเงินบริจาคกองสลากฯ มากที่สุด คือ สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี 18 ครั้ง เป็นเงินทั้งหมด 5,190,797,430 บาท รองลงมาคือกระทรวงศึกษาธิการ 11 ครั้ง ที่เหลือเป็นสำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงการต่างประเทศ และกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน

ตัวอย่างการใช้เงินกว่า 5 พันล้านบาทที่ทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ขอจากกองสลากฯ ก้อนโตๆ เช่น โครงการสนับสนุนการศึกษาแก่ลูกผู้มีรายได้น้อย (17 สิงหาคม 2547) จำนวน 470,227,000 บาท โครงการแบบเดียวกันนี้ ทั้งสำนักเลขาธิการนายกฯ และสำนักนายกฯ ต่างยื่นขอไม่เว้นแต่ละเดือน ก้อนใหญ่บ้างก้อนเล็กบ้าง

ถัดมาวันที่ 27 ตุลาคม 2547 สำนักเลขาธิการนายกฯ ได้ขอเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาแก่บุตรธิดาผู้ทำประโยชน์แก่สังคมและราชการอีก 526,221,000 บาท และในวันเดียวกันนี้ทางสำนักเลขาฯ ยังทำเรื่องขอเงินเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายดำเนินการพิธีมอบทุนสนับสนุนการศึกษาในส่วนของต่างจังหวัดอีก 6 แสนบาท

ต่อมาวันที่ 28 ธันวาคม 2547 ทางสำนักเลขาธิการนายกฯ ทำเรื่องถึงกองสลากฯ ขอเงินบริจาคเพื่อสนับสนุนโครงการทุนการศึกษาแก่ลูกผู้มีรายได้น้อยระยะที่ 1 (1 อำเภอ 1 ทุน) 186,297,575 บาท ตามด้วยสนับสนุนทุนการศึกษาแก่ลูกผู้มีรายได้น้อย 2 รายการ จำนวน 1,691,773,173 บาท และ 8,950,000 บาทในวันเดียวกัน

เป็นที่น่าสงสัยว่า การขอเงินสนับสนุนทุนการศึกษาแก่ลูกผู้มีรายได้น้อยในวันที่ 28 ธันวาคม 2547 นั้น เหตุใดจึงต้องขอเงินบริจาคถึง 2 ครั้ง และเป็นจำนวนเงินก้อนโต ในช่วงเวลาปลายปีก่อนการเลือกตั้ง 6 กุมภาพันธ์ 2548 เพียง 2 เดือน

ขณะที่สำนักนายกรัฐมนตรีก็ไม่น้อยหน้า ยื่นขอเงินจากกองสลากฯ เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษาเด็กโครงการเขียนเรียงความงวดที่ 3 สูงถึง 402,519,000 บาท ไม่นับเงินสนับสนุนค่าใช้จ่ายทุนการศึกษาโครงการเขียนเรียงความสำหรับเด็กและเยาวชนที่ทางสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรีขอไป 798,499,960 บาท

นี่คือ ที่มาของคำพูดนายกฯ ทักษิณ ที่โต้ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ว่า เงินหวย 3 ตัว 2 ตัวเอาไปใช้เพื่อการศึกษาเด็กๆ

แต่เด็กพรรคไหน ไม่มีหลักฐานที่ตรวจสอบได้ชัดเจน ทว่า ประเด็นที่น่าจับตามองมากที่สุดคือ การใช้เงินกำไรจากสลากพิเศษปีละ 4,220 ล้านต่อปี ซึ่งกองสลากฯ ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลเงินบริจาค จนถึงทุกวันนี้

อย่างไรก็ตาม การใช้เงินหวยของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ถูกนำไปเปรียบเทียบกับยุครัฐบาล จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ (2500-2506) จาก หนังสือ เรื่อง "การเมืองระบบพ่อขุนอุปถัมภ์แบบเผด็จการ" ที่ศึกษาวิจัยโดย ศ.ทักษ์ เฉลิมเตียรณ ระบุว่า ในยุคจอมพลสฤษดิ์ เมื่อเงินทุนสำหรับโครงการสร้างที่อยู่อาศัยขาดแคลน (มิถุนายน 2505) โดยจอมพลสฤษดิ์ได้สั่งให้ นายสงวน จันทรสาขา น้องชายต่างมารดา ซึ่งเป็นผู้อำนวยการกองสลากกินแบ่ง จ่ายเงินตามจำนวนที่จะสร้างบ้าน 1,339 หลัง เป็นบ้านตัวอย่างในขั้นแรก หรือ มกราคม 2505 จอมพลสฤษดิ์ได้เร่งให้เทศบาลทำโครงการสวัสดิการชุมชนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว โดยใช้เงินทุนจากกองสลากกินแบ่ง

ถัดมาในเดือนกันยายน จอมพลสฤษดิ์ได้นำเงินประมาณ 150 ล้านบาทจากองสลากกินแบ่งมาใช้ในการสร้างที่พักอาศัยเพื่อสวัสดิการชุมชน เปรียบเทียบได้กับโครงการบ้านเอื้ออาทรของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

ตลอดยุคสมัยของจอมพลสฤษดิ์ ได้ใช้อิทธิพลและความเป็นผู้นำในรัฐบาลนำเงินจากกองสลากกินแบ่ง มาใช้เพื่อสนับสนุนและยกฐานะความชอบธรรมทางการเมืองส่วนตัวของตนอย่างมีประสิทธิภาพยิ่ง

ภายหลังจอมพลสฤษดิ์ถึงแก่อนิจกรรม คณะกรรมการสอบสวนขอบข่ายการฉ้อราษฎร์บังหลวงของจอมพลสฤษดิ์ สอบข้อเท็จจริงพบว่า จอมพลสฤษดิ์ได้ใช้เงินแผ่นดินเพื่อเลี้ยงดูนางบำเรอ และลงทุนในธุรกิจส่วนตัว จากเงิน 3 แหล่งคือ เงินประมาณ 394 ล้านบาท ที่เป็นเงินสืบราชการลับของสำนักนายกรัฐมนตรี เงินจำนวน 240 ล้านจากกองสลากกินแบ่งรัฐบาล และเงินจำนวน 100 ล้าน ซึ่งควรที่จะให้แก่กองทัพบกซึ่งได้เปอร์เซ็นต์จากการขายสลากกินแบ่ง

ทุกวันนี้ ภาพที่ปรากฏผ่านสื่อจนชินตา คือ เมื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกตะลอนทัวร์ จะพบเห็น พล.ต.ต.สุรสิทธิ์ สังขพงศ์ ผอ.สลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อนร่วมรุ่น นรต.รุ่น 26 เดินขนาบข้างผู้นำรัฐบาลเยี่ยมเยือนประชาชน

นอกจากนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังมอบหมายให้ นายวราเทพ รัตนากร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง (3 ตุลาคม 2545-ปัจจุบัน) กำกับดูแล สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ รัฐบาลทักษิณ 1 จนถึง รัฐบาลทักษิณ 2

ในอนาคตหลังจากรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร พ้นจากอำนาจ อาจมีการเปิดโปงการใช้เงินจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อสนองผลประโยชน์ทางการเมือง ชัดเจนกว่าในปัจจุบันก็เป็นได้

หน้า 86