หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p2 ปี 2003 p1 ปี 2002
2 มิติ 3 เดือนพ.ร.ก. เหมือนเมืองทาส : ดีกว่ากฎอัยการศึก?

รายงาน  มติชนรายวัน วันที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2548 ปีที่ 28 ฉบับที่ 10083

ที่มา-จากวงอภิปราย เวทีสาธารณะ "ระดมสมองสะท้อนความห่วงใย ไฟใต้หลัง 3 เดือนประกาศใช้ พ.ร.ก.(บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. 2548) จัดโดยคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้านหรือวิปฝ่ายค้าน เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ที่รัฐสภา

 

*นางชิดชนก ราฮิมมูลา

อาจารย์มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี

"นายปิยะ กิจถาวร อาจารย์คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ทำสถิติเกี่ยวกับ พ.ร.ก.พบความรุนแรงทั้งรุนแรงและความถี่มากกว่าช่วงเดียวกันในปี 2547 รุนแรงที่สุดคือ นราธิวาส รองลงมาคือปัตตานีและยะลา ยังพบอีกว่า ประชาชน 79% ไม่เข้าใจว่า พ.ร.ก.คืออะไร แต่มองว่าเป็นอำนาจรัฐ แต่เมื่อถามว่าเห็นด้วยหรือไม่กลับมีทิศทางตรงกันข้ามคือ เห็นด้วย 58.3% โดยผู้เห็นด้วย 79% เป็นชาวไทยพุทธให้เหตุผลว่า สถานการณ์ยังไม่ปกติ ต้องการให้เจ้าหน้าที่ดูแล ส่วนชาวมุสลิมที่เห็นด้วยคือ กลุ่มผู้ได้รับผลกระทบ ส่วนมุสลิม 55% ระบุว่า ต้องการให้ยกเลิก เพราะเหตุการณ์ร้ายแรงขึ้น กลัวอำนาจรัฐมากอาจกระทบกระทั่งกับประชาชนได้ เหมือนการประกาศมีเป้าหมายคือ มุสลิม ประชาชนจำรายละเอียด พ.ร.ก.ได้ข้อเดียวว่า เจ้าหน้าที่รัฐไม่ต้องรับผิดทั้งแพ่ง อาญา และวินัย เป็นจุดอ่อนที่สุดของ พ.ร.ก. เพราะมองว่าจะทำให้เกิดความประมาทในพื้นที่ เพราะความผิดพลาดจากการข่าวทำให้ประชาชนไม่ไว้วางใจ เมื่อมีอำนาจนี้มาจะทำให้เกิดความประมาท รัฐต้องยอมรับผิด ควรอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน ไม่มีข้อยกเว้นการพร้อมรับผิดคือ การทำความยุติธรรมให้เป็นรูปธรรม"

 

*คุณหญิงอัมพร มีศุข

กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

"ข้อมูลที่กรรมการสิทธิได้มาสับสนมาก ไม่ทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ยังมีช่องว่างการสืบความคิดระหว่างผู้บริหารราชการกับประชาชน ดังนั้น ต้องส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมและเข้มแข็ง ประชาชนไม่โง่ เพียงแต่เขาขาดโอกาสและข้อมูล ซึ่งการที่ผู้ใหญ่บอกรู้แล้วว่าเป็นใครแต่บอกไม่ได้ เข้าใจว่า เป็นความลับทางราชการ แต่เวลาผ่านไปนานแล้ว เห็นใจประชาชนที่ได้รับผลกระทบก็คอยว่า เมื่อรู้ว่าใครกระทำผิดเมื่อใดจะจับ เกิดปัญหาทางจิตวิทยาอย่างใหญ่หลวง กระทบความเชื่อมั่นของรัฐบาล อีกทั้ง ประชาชนมีปัญหาทางกระบวนการยุติธรรม บอกว่าขาดความชอบธรรม เช่น หากคิดว่าประชาชนทำผิดยังพิสูจน์ไม่ได้รัฐก็จะจับเป็นผู้ต้องสงสัย แต่ในขณะเดียวกันเมื่อพนักงานของรัฐทำสิ่งที่คิดว่าเป็นความผิด ทำไมจึงไม่มีการสอบสวนลงโทษ องค์กรอิสระก็พยายามช่วยรัฐบาล แต่ไม่รู้จะแก้ตัวแทนรัฐบาลได้อย่างไร พยายามคุยกับประชาชนว่าต้องเห็นใจรัฐบาลแต่หมดปัญญา ไม่สามารถแก้ตัวแทนได้"

 

 

*นายการีม นาคนาวา

โต๊ะครูปอเนาะดาลอ

"กรณีกรือเซะและตากใบต้องเอาคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพราะผู้นำบอกว่าเจ้าหน้าที่รัฐจะไม่ให้ตายเปล่า แต่ที่ตากใบตายเป็นร้อย แต่ไม่ได้รับความเหลียวแล นี่คือความน้อยใจเก็บกด ทำเสมือนเป็นเมืองขึ้นเป็นทาส เป็นลูกเมียน้อยไม่เท่ากัน คนมีเคราใส่หมวกครอบหัวถูกมองว่าร่วมกระบวนการหมด มองว่าปอเนาะเป็นแหล่งซ่องสุม ปอเนาะมีมา 400 ปีแล้วไม่เคยมีปัญหากัน แต่รัฐบาลยุคนี้เพียง 4-5 ปี ปัญหาเยอะแยะ ใครเป็นเจ้าปัญหาจริงๆ ปอเนาะหรือใครกันแน่ ยิ่งแก้เหมือนลิงแก้แห

สมมติว่าพระทำในสิ่งไม่ดี ผิดศีลจะกล้าใส่จีวรหรือไม่ ต้องถอดให้จำไม่ได้เหมือนบอกว่าไปยิงแล้วใส่ชุดดะวะห์ ใส่ชุดโต๊ปขาว มีจุดประสงค์อะไรก็รู้อยู่แล้ว โต๊ปขาวหาซื้อได้ง่าย มุสลิมจริงเขาไม่ทำหรอกเพราะเสียชื่อเสียเกียรติเสียภูมิเสียหมดเลย แล้วใครล่ะที่ทำ

วิธีการแก้ปัญหา ให้เปลี่ยนจากการใช้กำลังเป็นสันติวิธี ใช้กฎหมายให้ยุติธรรมและเป็นธรรม คนมุสลิมไม่ต้องการเป็นใหญ่ร่ำรวย ไม่ต้องการแยกดินแดน ขอเพียงอย่ากดขี่ข่มเหงเท่านั้น เขาขออยู่ในโลกนี้เพียงระยะหนึ่งเท่านั้น เพราะโลกนี้คือทางผ่านไปโลกหน้า โลกหน้าคือความยั่งยืนและถาวร"

 

*นายนิอารง นิเต๊ะ

นักศึกษา มอ.ปัตตานี

"สิ่งที่นักศึกษาเป็นห่วงคือการทำวิจัย เมื่อนักศึกษาลงพื้นที่ทำวิจัยแล้วพูดเรื่องหน้าที่ ฝ่ายรัฐมองว่านักศึกษาปลุกระดม แต่ประชาชนมองว่า นักศึกษาไปสร้างความชอบธรรมให้แก่เจ้าหน้าที่ในการทำเรื่องไม่ดี มองว่าเราเป็นตัวแทนของเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ทำอะไรไม่ได้ ซึ่งผลจากเหตุการณ์ทำให้ขอข้อมูลอะไรก็ไม่ได้

ขอฝากว่า ส.ส.คือตัวแทนของทุกคน พึงสังวรณ์ไว้ว่าท่านเกิดมาเพื่อประชาชาติไม่ใช่เพื่อชนใดชนหนึ่ง ต้องทำมากกว่านี้ เป็นตัวแทนเป็นปากเสียงให้ชาวบ้าน การลงพื้นที่ของท่านต้องไปทุกจุด ไปดูปัญหาของชาวบ้าน ผมลงไปคุยอย่างเดียวแต่ไม่มีใครทำให้ บอกว่าเยาวชนในหมู่บ้านถูกปลุกระดมถูกจัดตั้งขึ้นมา แล้วท่านไม่มีน้ำยาจัดตั้งองค์กรซ้อนลงไปในหมู่บ้าน"

 

*นายปณิธาน วัฒนายากร

อาจารย์รัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

"ขณะนี้สถานการณ์ปะทุตัวเต็มที่ เมื่อเป็นแบบนี้ ขั้นต่อไปจะเข้าสู่ช่วงบานปลาย หากสกัดกั้นการปะทุตัวไม่ได้ วงจรอย่างนี้เกิดขึ้นทั่วโลก ทั้งอาเจะห์ ไอร์แลนด์ ผลของมันทำให้เกิดแรงสะท้อนไปทั่วในภูมิภาค เกิดความแตกแยกกันอย่างมาก คนที่ทำอะไรได้ก็ทำ อพยพ ติดอาวุธ เป็นเรื่องดีที่รัฐบาลทำทุกอย่างเพื่อยุติ แต่จะทำได้หรือไม่ซึ่งพูดกันมากว่า ขณะนี้เกิดกลุ่มก่อการร้ายท้องถิ่นใหม่ มีความเชื่อว่าเกิดจากการเมืองและศาสนา มีความตั้งใจในการทำงานมีศักยภาพมีโอกาสขยายตัวมาสู่ กทม.และภูมิภาคมีแนวโน้มเป็นสากล ซึ่งขณะนี้เกิดขึ้นแล้วที่ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า นโยบายอาจจะหลากหลายเกินไป คือขณะนี้นโยบายการทหารจะมากที่สุด จึงต้องมีนโยบายอื่นมาถ่วงดุล ทั้งการเมือง การพัฒนา เศรษฐกิจ การศึกษาแต่หลากหลายเกินไป หากช่วงก่อตัวอาจช่วยได้ แต่เมื่อปะทุแล้วผลที่ตามมาคือ ความสับสนและโครงสร้างเดิมอาจรองรับรูปแบบในปัจจุบันไม่ได้ แต่โครงสร้างปัจจุบันซับซ้อนเกินไป ทั้งหมดทำให้กำลังกระจายไปด้วย ต้องใช้เวลา 3-5 ปี ในการจัดการปัญหา สหรัฐก็คิดอย่างนี้เกี่ยวกับปัญหาอิรัก แต่ไทยจะรอได้หรือไม่

ทางออกเฉพาะหน้าในเชิงวิชาการนั้นคิดกันว่า ควรหายุทธวิธีใหม่ๆ หลายยุทธวิธี โดยเฉพาะต้องลดการเผชิญหน้า การมี กอส. การพบ ส.ส.ยังไม่ได้ผล การลดการเผชิญหน้ายังทำไม่ได้เต็มที่ อาจจะต้องผสมหลักศาสนาและการเมือง และจะต้องมีธรรมาภิบาลท้องถิ่นด้วย"

 

*นายนันทิวัฒน์ สามารถ

ผู้อำนวยการส่วนข่าวกรอง กองอำนวยการเสริมสร้างสันติสุขจังหวัดชายแดนภาคใต้

"ที่ผ่านมา การก่อเหตุซบไปพักหนึ่ง เพราะการทำงานของภาครัฐดี แต่วันหนึ่งก่อการร้ายต่างประเทศมีมากขึ้น เป็นการส่งเสริมจิตใจจากภายนอกที่มีมากขึ้น จึงมีส่วนส่งเสริมให้การก่อความไม่สงบในประเทศมากขึ้น ซึ่งมีคนทำเป็นขบวนการ เป็นรูปของกระบวนการสร้างปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งสาเหตุของปัญหาที่เป็นปัจจัยภายในคือ(1)ความคับแค้นทางจิตใจ ทั้งประวัติศาสตร์ความแตกต่างทางศาสนา วัฒนธรรม ความไม่ชอบธรรมที่ชาวบ้านได้รับในอดีต (2)ความยากไร้ ตัวเลขจากสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ(ระบุว่า รายได้ต่อหัวต่อคนของประชาชนในพื้นที่นี้ 1 เดือน ไม่ถึง 3,000 บาท เมื่อขาดแคลนจึงทำให้การศึกษาไม่พอ ประชาชนมีการศึกษาเฉลี่ย 6.1 ปี จากภาคบังคับ 12 ปี จึงทำให้มีตัวเลขการว่างงานสูงมาก เมื่อมีเหตุการณ์ไม่มีนักลงทุนลงไป

ส่วนปัจจัยภายนอกคือ การแทรกแซงบางส่วนจากเพื่อนบ้านหรือองค์กรก่อการร้ายข้างๆ บ้าน ปัญหาคือทำอย่างไรไม่ให้สองส่วนนี้เชื่อมต่อกันได้ เพราะหากเชื่อมต่อจะแก้ปัญหาได้ยากขึ้น โดยกลุ่มนี้พยายามบ่อนทำลายหยิบความแตกต่าง พูดเรื่องประวัติศาสตร์พยายามทำจิตวิทยา เพื่อตอกลิ่มความขัดแย้งในคนสองเชื้อชาติ การฆ่าพระก็เพื่อตอกย้ำว่าพุทธอยู่ไม่ได้

เมื่อเห็นอาการของโรคอย่างนี้ เห็นด้วยว่าต้องใช้ยาหลายขนาน ในส่วนของข้าราชการ เราไม่ได้หลงกลหรือไม่เข้าใจปัญหา เราอดทนอย่างมากต้องการถามสังคมว่า เมื่อเราเป็นรัฐปกครองโดยกฎหมายแล้ว กลไกของรัฐมีปัญหาอะไร กฎหมายเพียงพอหรือไม่ หากข้าราชการไม่มีกฎหมายจะทำงานได้หรือไม่ วันที่เรามี พ.ร.ก.ก็มีคิดถึงกฎหมายลูกต่างๆ ที่จะต้องออกตาม อ่านไล่ทีละบท หมดไป 1 เดือนกว่าในการยกร่างระเบียบ กว่าจะออกหมายจับตามคำสั่งศาล ต้องเซ็นร่วมสามคน ตำรวจ ทหาร นายอำเภอ ไม่ใช่ให้ข้าราชการมีอำนาจมากขึ้น โปร่งใสพอสมควร ไม่เห็นเหตุจำเป็นอะไรต้องไปขัดข้องอะไร ดีกว่ากฎอัยการศึกเสียอีก

จนถึงวันนี้เราออกหมายจับแค่ 60 คนเท่านั้นเอง ปล่อยไปดำเนินคดีในศาล 19 คน ไม่ได้โหดร้าย ผิดขั้นตอนของกฎหมาย วันนี้สถานการณ์มาถึงจุดที่เราไม่ใช้ความรุนแรง แต่ฝ่ายการเมืองควรคุยกันอย่างสันติและร่วมกันหาทางออก เพราะเป็นวาระของชาติ"

หน้า 2