หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ถอดรหัสบุคลิกผู้นำ โอบามาVs.คลินตัน

ผู้นำตามสั่ง Leader A La Carte : รองศาสตราจารย์ ดร. ศิริยุพา รุ่งเริงสุข  กรุงเทพธุรกิจ  วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2551

การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่งตัวแทนพรรคเดโมแครต เพื่อเข้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีระหว่าง "บารัก โอบามา" กับ "ฮิลลารี คลินตัน" ได้สิ้นสุดลงไปเมื่อไม่นานมานี้ พร้อมชัยชนะของโอบามา นักวิเคราะห์หลายคนยังติดใจที่จะถกเกียงกันถึงปัจจัยต่างๆ ที่ทำให้โอบามามีชัยเหนือคลินตัน ซึ่งแต่แรกเริ่มดูจะมีภาษีเหนือกว่าโอบา มาในทุกกรณี ไม่ว่าจะเป็นอายุ ประสบการณ์ และแบ็คอัพ ที่แข็งแกร่งอย่างบิลล์ คลินตัน สามีที่เป็นถึงอดีตประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ที่มีผู้ชื่นชมมากที่สุดคนหนึ่ง (แม้จะเคยมีข่าวฉาวกรณีมอนิกา ลูวินสกี้ ก็ตาม)

การต่อสู้ระหว่างโอบามากับคลินตันนั้น เข้มข้น ชิงไหวชิงพริบดุเดือดเสียจนน่าบันทึกเป็นกรณีศึกษา เรื่องการรณรงค์หาเสียงของผู้ที่ต้องการเป็น "ผู้นำ" ของประเทศอภิมหาอำนาจว่า จะต้องถึงพร้อมในทุกๆ ด้าน ตั้งแต่เรื่องไหวพริบ บุคลิกภาพ การพูดชักจูงใจ การนำเสนอข้อมูล กับคนกลุ่มต่างๆ ในประเทศ

นักวิเคราะห์หลายคนให้ความเห็นว่า ในเวทีการเมืองนั้นมีหลายโอกาสที่เราได้เห็น "ม้ามืด" แซงมือรุ่นเก๋าชนะคะแนนเสียงเป็น สส. หรือ สว. อย่างไม่น่าคาดคิด ทั้งๆ ที่ผู้นำบางคนที่ชนะการเลือกตั้งนั้น ดูๆ แล้วก็ไม่ได้มีความรู้ ความเก่งกาจเป็นพิเศษ นักการเมืองหลายคนมีคุณวุฒิและประสบการณ์ใกล้เคียงกัน แต่มาแพ้กันตรง "ชนะใจ" ประชาชนนี่แหละ

หลายท่านคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า "ถูกต้อง แต่ไม่ถูกใจ" เรื่องของการเป็นผู้นำนี่ก็เข้าข่ายนี้เช่นกัน ตรงที่ว่า คนเก่ง คนดีหลายๆ คนไม่สามารถก้าวสู่ตำแหน่งผู้นำได้ เพราะขาดความสามารถที่จะทำให้สาธารณชนประทับใจ ชื่นชอบในตัวเขา ตามหลักทฤษฎีว่าด้วยเรื่องของผู้นำ หนึ่งในฐานอำนาจของผู้นำก็คือ การมี "บารมี" ที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า "Charisma" นั่นเอง

คำว่า Charisma หมายถึงบุคลิกภาพภายนอกของผู้นำ ที่รวมถึงความมีหน้าตาดี มีเสน่ห์ สูง ผึ่งผาย หรืออาจจะตัวเล็ก แต่ดูเป็นมิตรอบอุ่น ดังนั้นการมีบุคลิกภาพที่ดี จึงเป็นฐานอำนาจสำคัญที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้นำประสบความสำเร็จ

ในกรณีของโอบามานั้น ประเด็นเรื่องบุคลิกภาพเป็นหนึ่งในประเด็นหลัก ที่มีผลกระทบต่อชัยชนะของโอบามาโดยตรง เพราะก่อนที่จะรู้ผลการแข่งขันว่าใครจะได้เป็นตัวแทนพรรคเดโมแครต หลายคนได้วิเคราะห์บุคลิกภาพของโอบามาว่า ดูน่าประทับใจและสามารถเข้าถึงจิตใจของประชาชนได้มากกว่าคลินตัน ซึ่งแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็มีบุคลิกเย็นชา ห่างเหิน จนเธอได้รับสมญานามว่าเป็น "ราชินีน้ำแข็ง" (Queen of Ice) ดังที่ดิฉันได้เคยเขียนถึงฮิลลารี คลินตัน เมื่อหลายเดือนก่อน และแม้ว่าในช่วงโค้งสุดท้ายของการแข่งขัน เธอจะพยายามปรับบุคลิกท่าทีให้ดูเป็นกันเองขึ้น แต่ก็ไม่สามารถกู้สถานการณ์ได้

กรณีศึกษาเรื่องบุคลิกภาพ ที่มีผลกระทบต่อความสำเร็จของโอบามา และความปราชัยของคลินตัน จึงเป็นเรื่องที่ดิฉันอยากนำมาพูดคุยกันในสัปดาห์นี้ เพื่อเป็นกรณีศึกษาสำหรับผู้นำคนอื่นๆ ที่ต้องเกี่ยวข้องกับสาธารณชน

บารัก โอบามา เป็นผู้นำแบบ Champion

ผู้เชี่ยวชาญการวิเคราะห์บุคลิกภาพตามแนวทฤษฎีของ Myers Brigg Type Indicator (MBTI) หลายคนเห็นตรงกันว่าโอบามา มีบุคลิกภาพแบบที่เรียกว่า "แชมเปียน" (Champion) ทั้งนี้อักษรรหัสย่อบุคลิกภาพของพวก "แชมเปียน" คือ ENFP จุดเด่นของพวกนี้ คือ เป็นพวกที่เต็มไปด้วยความกระตือรือร้น มีความคิดริเริ่มใหม่ๆ มากมาย และมองปัญหา หรืออุปสรรค เป็นเรื่องเร้าใจ มองโลกในแง่ดี มั่นใจในตนเอง มีวิสัยทัศน์ที่จะเห็นทางเลือกได้หลายทางในการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เป็นพวกที่เข้าใจคน นุ่มนวลอ่อนโยนและอบอุ่น มีเสน่ห์ เป็นนักสังเกตที่ชาญฉลาด สังเกตเห็นในสิ่งที่ผู้อื่นไม่ได้คิดหรือมองไม่เห็น

ฮิลลารี คลินตัน เป็นผู้นำแบบ Supervisor

บุคลิกภาพแบบ Supervisor (ผู้บังคับบัญชา) นั้น ตรงกับอักษรรหัสย่อ ESTJ จุดเด่น คือ เป็นพวกที่อยู่กับข้อเท็จจริงและข้อมูล เป็นนักปฏิบัติและไม่แสดงออกทางอารมณ์ เก่งในเรื่องการจัดการงานต่างๆ ให้สำเร็จได้ดี ชอบจัดการและชอบเป็นแม่งาน ชอบวางระบบทำงานด้วยความระมัดระวัง เป็นคนตรง ตัดสินใจด้วยเหตุผลมากกว่าใช้ความรู้สึก แม้จะไม่ชอบแสดงออกทางอารมณ์ แต่ก็ชอบแสดงออก ชอบแสดงความคิดเห็น (ที่อิงกับหลักเหตุผล)

คิดสร้างสรรค์ อบอุ่น อ่อนโยนชนะใจคนอเมริกัน

ตั้งแต่เหตุการณ์ 9/11 เป็นต้นมา จิตใจของชาวอเมริกันมีแต่ความหวาดระแวง ไม่มั่นใจและเครียดกับภัยผู้ก่อการร้าย ซ้ำเติมด้วยสภาพเศรษฐกิจฝืดเคือง สถานการณ์แบบนี้ทำให้คนอเมริกันต้องการผู้นำที่สร้างความหวังใหม่ หาทางออกใหม่ให้กับพวกเขา นอกจากนี้ยังต้องการผู้นำที่ "เข้าถึง" จิตใจประชาชน และประชาชนรู้สึกว่า "เข้าถึง" ตัวผู้นำได้ ต้องยอมรับว่าในการปรากฏตัวต่อสาธารณชน โอบามาดูมี "เสน่ห์" และท่าทีเป็นธรรมชาติมากกว่าคลินตัน ซึ่งดูเหินห่างและดูไม่จริงใจ สรุปได้ว่าโอบามาสามารถใช้จุดเด่นของบุคลิกภาพของเขาสร้างคะแนนให้กับตัวเองได้อย่างท่วมท้น

อย่างไรก็ตาม บุคลิกภาพทุกแบบย่อมมีจุดอ่อนในตัวอยู่ สัปดาห์หน้าจะได้เจาะลึกกันต่อไปว่า จุดอ่อนของโอบามาน่าจะเป็นในเรื่องใดบ้าง และเมื่อเปรียบเทียบบุคลิกภาพของโอบามาและจอห์น แมคเคน ตัวแทนของพรรครีพับลิกันแล้ว บุคลิกภาพของใครน่าจะได้ใจชาวอเมริกันมากกว่ากัน

ไว้คุยกันต่อสัปดาห์หน้านะคะ


โอบามา Vs. แมคเคน ใครมีบุคลิกภาพประธานาธิบดี?

ผู้นำตามสั่ง Leader A La Carte : รองศาสตราจารย์ ดร.ศิริยุพา รุ่งเริงสุข กรุงเทพธุรกิจ วันจันทร์ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2551

ดิฉันเคยนำเสนอข้อมูลการถอดรหัสบุคลิกภาพของบารัก โอบามา และฮิลลารี คลินตัน โดยใช้หลักทฤษฎี Myers - Briggs Type Indicator (MBTI) ผลปรากฏว่านักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ลงความเห็นว่า โอบามามีบุคลิกภาพแบบที่เรียกว่า "Champion" รหัสอักษรประจำบุคลิกของเขา คือ ENFP

ส่วนคลินตันเป็นแบบ "Supervisor" ซึ่งจุดเด่นของบุคลิกภาพแบบ Champion คือมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ คิดนอกกรอบ ชอบเปลี่ยนแปลง มีวิสัยทัศน์ เป็นเจ้าของความคิดหลากหลาย มีเสน่ห์ อบอุ่น เข้าถึงและเข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้าง

ดังนั้นเมื่อเทียบกับคลินตันซึ่งเป็นเจ้าของบุคลิกภาพแบบ Supervisor ซึ่งเป็นนักจัดการที่ดี ละเอียดรอบคอบเป็นระบบ เป็นพวกขนบนิยมรักษาประเพณีวัฒนธรรม แต่ไม่ถนัดในการแสดงออกทางอารมณ์ พูดตรง (เกินไปในบางครั้ง)

จึงทำให้โอบามามีเสน่ห์ ดูอบอุ่นมากกว่าคลินตัน ซึ่งดูเครียดและไม่ยืดหยุ่นเท่าที่ควร ฐานเสียงเดโมแครตซึ่งอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงจึงหันไปเทคะแนนให้โอบามา

ดิฉันพูดถึงจุดเด่นบุคลิกภาพของโอบามาไปแล้ว ในสัปดาห์นี้จะขอถอดรหัสเจาะจุดด้อยว่ามีข้อน่าเป็นห่วงอะไรบ้าง

โดยจะถอดรหัสบุคลิกภาพของจอห์น แมคเคน คู่แข่งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรครีพับลิกันพร้อมกันไปเลย เพื่อเปรียบเทียบว่าใครจะมีบุคลิกภาพเหมาะเป็นประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาในปี 2009 มากกว่ากัน

จุดบอดของ Champion อย่างโอบามา

เนื่องจากมีความคิดสร้างสรรค์มากมาย พวก Champion จึงอาจมีปัญหาในการมุ่งสมาธิให้สนใจในเฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นระยะเวลาต่อเนื่องนานๆ และอาจมีปัญหาในเรื่องการตัดสินใจเพราะมองเห็นความเป็นไปได้หลายทางจนเลือกไม่ถูก

พวกเขาไม่ชอบสนใจในเรื่องรายละเอียดและอาจเบื่อหน่ายที่จะต้องใช้เวลาในการศึกษารายละเอียด เพราะมัวไปตื่นเต้นกับการใช้จินตนาการสร้างสรรค์โปรเจคใหม่ๆ

ความที่ชอบคิดนอกกรอบทำให้ไม่ชอบทำตามระบบและอาจทำงานข้ามขั้นตอน อาจชอบเริ่มงานหลายๆ ชิ้นและชอบที่จะเปลี่ยนไปทำสิ่งอื่นที่ใหม่กว่าหรือพิเศษกว่า เลยปิดงานเก่าไม่ได้สักที

แมคเคนเป็นเจ้าของบุคลิกภาพแบบ Promoter

อักษรรหัสประจำบุคลิกภาพของ จอห์น แมคเคนคือ ESTP ซึ่งเป็นพวก Promoter อดีตทหารผ่านศึกกล้าตายอย่างเขา มีจุดเด่นตรงที่เป็นนักปฏิบัติ มองโลกในแง่ดี มีสมาธิในงาน ชอบลงมือปฏิบัติมากกว่าชอบพูด เป็นนักแก้ปัญหาที่ดี เพราะสามารถนำรายละเอียดข้อเท็จจริงต่างๆ มาใช้และคิดหาเหตุผลและวิธีแก้ปัญหาได้รวดเร็ว

ในแง่การตัดสินใจเขาจะใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์และความรู้สึก แม้จะชอบลงมือปฏิบัติมากกว่าชอบพูดแต่ก็สามารถเป็นนักเจรจาทางการทูตได้ดีเพราะมีความยืดหยุ่น ใจกว้างรับฟังความเห็นและอดทนต่อผู้อื่น มีเสน่ห์พอสมควรเพราะร่าเริงสนุกสนาน

จุดบอดของ Promoter แบบแมคเคน

คนแบบ Promoter มีแนวโน้มจะมองข้ามความรู้สึกของผู้อื่นและอาจเป็นคนขวานผ่าซาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาที่เขารีบร้อนที่จะจบเรื่องหนึ่งเพื่อที่ไปทำอีกเรื่องหนึ่ง

การที่ชอบที่จะอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง และมักใช้ปฏิกิริยาโต้ตอบแบบฉับพลันมาใช้กับวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดฝัน การตัดสินใจจึงอาจเป็นแบบบ้าบิ่นและส่งผลให้เกิดสถานการณ์วุ่นวายต่อคนรอบข้าง

คนแบบนี้จึงควรเรียนรู้ที่จะทำอะไรให้ช้าลงเพื่อจะได้พัฒนามาตรฐานพฤติกรรมและไตร่ตรองถึงผลของการกระทำของตนเอง

โอบามาหรือแมคเคนจะชนะใจคนอเมริกัน?

นักวิเคราะห์ MBTI หลายคนเชื่อว่าคนซึ่งมีรหัสอักษร "N" (โอบามามี) น่าจะมีความคิดสร้างสรรค์ มีความ

เฉลียวฉลาดเหมาะกับสถานการณ์ของสหรัฐอเมริกามากกว่าคนที่มีรหัสอักษร "S" (แมคเคนมี)

ทั้งนี้ 8 ปีที่ผ่านมาสไตล์บริหารงานของจอร์จ บุช จูเนียร์ ผู้ซึ่งมีรหัสอักษร ESTP เหมือนกับแมคเคน สะท้อนถึงวิธีการทำงานที่เป็นไปตามระบบแบบเรื่อยๆ บุชไม่มีนโยบายใหม่ๆ ทางเศรษฐกิจที่สร้างสรรค์ทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯถดถอย

ผนวกกับขวัญกำลังใจของคนอเมริกันที่หวาดระแวงภัยจากผู้ก่อการร้าย และความเบื่อหน่ายในตัวบุช ที่หุนหันพลันแล่นเข้าไปวุ่นวายในตะวันออกกลางโดยส่งทหาร และทรัพยากรมากมายไปแสดงแสนยานุภาพของสหรัฐฯ ไม่ได้หันมาดูแลพัฒนาเศรษฐกิจภายในประเทศเท่าที่ควร

ปัจจัยทั้งหมดส่งผลให้คนอเมริกันมองหาประธานาธิบดีคนต่อไปที่จะเข้าถึงจิตใจความรู้สึกของพวกเขา รวมถึงนำความเปลี่ยนแปลงมาสู่เศรษฐกิจ การเมือง และสังคม

เมื่อพิจารณาสถานการณ์ปี 2008 ของสหรัฐฯ จึงมีแนวโน้มว่าบุคลิกภาพแบบโอบามาน่าจะสร้างความประทับใจให้คนอเมริกันได้มากกว่าแมคเคน เพราะ "ฟอร์มสด" หากไม่มีอุบัติเหตุทางการเมืองเสียก่อน คนอเมริกันอาจได้ผู้นำคนใหม่เป็นคนผิวสีก็ได้

แต่การวิเคราะห์นี้ใช้หลักทฤษฎีเรื่องบุคลิกภาพ มิได้นำหลักทางการเมืองและเศรษฐกิจมาใช้ ซึ่งปีหน้าเราจะรู้ผลว่าบุคลิกภาพแบบใดจะได้เป็นประธานาธิบดี Champion ผู้มากจินตนาการแต่อาจไม่ติดดิน หรือ Promoter ที่ติดดินฉับไวแต่หุนหันพลันแล่น

จะแบบไหนก็ไม่ว่ากัน แต่ แบบที่ดีแต่พูด และขี้โกงนั้น คนอเมริกันคงไม่เอาแน่ๆ