หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ค้ากับจีนยากหรือง่าย

มองจีนมองไทย : โดย  ผศ.ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น  กรุงเทพธุรกิจ  วันพุธที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2551

มีผู้อ่านอีเมลมาถามดิฉันว่า "ค้าขายกับจีนยากหรือง่าย" บทความในวันนี้ จึงจะขอเน้นกรณีการส่งออก "ยางพารา" และ "ผลิตภัณฑ์ยาง" จากไทยไปจีน เพื่อตอบคำถามยอดฮิตนี้นะคะ

ถ้าพูดถึงยางพารา แน่นอนว่า การค้าขายกับจีนน่าจะดูง่ายในสายตาของหลายท่าน เพราะยางพาราเป็นสินค้าที่ไทยส่งออกไปจีนเป็นอันดับต้นๆ และยางพาราไทยยังครองส่วนแบ่งตลาดในจีนได้มาก ราวร้อยละ 80

เหตุผลที่จีนต้องนำเข้ายางพาราจากไทยเป็นจำนวนมาก ก็เพราะจีนผลิตเองได้ไม่เพียงพอกับความต้องการ แม้ว่าจีนพอจะปลูกยางพาราได้บ้างในมณฑลตอนใต้ อาทิเช่น ไหหลำ หรือสิบสองปันนา ในมณฑลยูนนาน หรือแม้ว่าจีนจะออกไปทำ contract farming เพื่อปลูกยางพาราในประเทศเพื่อนบ้าน อาทิเช่น ลาว พม่า หรือกัมพูชา แต่ก็ยังไม่เพียงพอกับความต้องการที่ขยายตัวตามการเจริญเติบโตทางอุตสาหกรรมของพญามังกรจีน

อย่างไรก็ดี โจทย์ที่ต้องคิดตามมา ก็คือ ยางพาราที่ไทยส่งออกไปจีนเป็นเพียงวัตถุดิบ เป็นเพียงสินค้าเกษตรขั้นปฐม เราจะส่งออกเพียงแค่วัตถุดิบยางพาราไปให้จีน แล้วผู้ผลิตจีนนำไปเพิ่มมูลค่า นำไปแปรรูปเป็นสารพัดสินค้าแค่นั้นหรือ เราจะสามารถแปรรูปยางพาราก่อนส่งออกไปจีนได้หรือไม่ และ "ผลิตภัณฑ์ยาง" ของไทย จะมีโอกาสในตลาดจีนมากน้อยแค่ไหน

ดิฉันในฐานะหัวหน้าคณะนักวิจัย "โครงการศึกษาวิจัยและจัดทำคู่มือมาตรฐาน และกฎระเบียบในการส่งออกสินค้ายาง และผลิตภัณฑ์ยางไปยังประเทศจีน" กำลังศึกษาวิจัยเพื่อตอบโจทย์นี้ค่ะ

จากการศึกษาพบว่ามีผลิตภัณฑ์ยางหลายรายการที่ไทยสามารถส่งออกไปตลาดโลก อาทิเช่น ยางล้อรถ ถุงมือยาง ยางผสม (คอมพาวด์) ด้ายยางยืด และถุงยางอนามัย เป็นต้น และหากไล่เรียงดูรายประเทศที่นำเข้าผลิตภัณฑ์ยางจากไทย พบว่าสหรัฐเป็นตลาดหลัก มีสัดส่วนร้อยละ 25 ของมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางทั้งหมดของไทย รองลงมา ได้แก่ จีน (สัดส่วนร้อยละ 9.2) ตามมาด้วยญี่ปุ่น (สัดส่วนร้อยละ 8.7)

จึงจะเห็นได้ว่า จีนเป็นตลาดสำคัญอันดับ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์ยางของไทย โดยเฉพาะยางผสม (คอมพาวด์) และด้ายยางยืด

การส่งออกยางผสม (คอมพาวด์) ของไทยไปตลาดจีน มีอัตราการเติบโตในแง่มูลค่าในช่วงปี 2546-2550 เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 252.48

ทำไมถึงได้ขยายตัวสูงขนาดนี้ น่าสงสัยนะคะ ดิฉันจึงต้องไปหาคำตอบโดยการสัมภาษณ์ผู้ส่งออกหลายราย และพบว่าส่วนหนึ่งเป็นอานิสงส์ของการทำข้อตกลงการค้าเสรีอาเซียน-จีน

ผลจากการทำข้อตกลงการค้า FTA ฉบับนี้ จีนได้ลดภาษีนำเข้ายางผสม (คอมพาวด์) ลงเหลือร้อยละ 5 ในขณะที่ยังคงเก็บภาษีนำเข้ายางพาราธรรมชาติในอัตราที่สูงถึงร้อยละ 20 และยังได้จัดให้ยางพาราธรรมชาติ อยู่ในบัญชีสินค้าอ่อนไหวสูง (highly sensitive list) ซึ่งหมายความว่า รัฐบาลจีนจะไม่ลดภาษีสำหรับสินค้ารายการนี้ลง ดังเช่นสินค้าในรายการปกติ (normal list)

ด้วยเหตุนี้ ผู้ส่งออกไทยจึงหันไปแปรรูปยางพาราธรรมชาติให้เป็นยางผสม (คอมพาวด์) เพื่อจะได้เสียภาษีนำเข้าในประเทศจีน ในอัตราต่ำกว่าการส่งออกในรูปของยางธรรมชาติ

ส่วนผลิตภัณฑ์ยางอีกรายการที่ไทยส่งออกไปจีนมาก คือ "ด้ายยางยืด" พบว่าสินค้ารายการนี้ของไทย มีส่วนแบ่งในตลาดจีนประมาณร้อยละ 39.6 และมีอัตราการเติบโตมูลค่าการส่งออกไปตลาดจีน ในช่วงปี 2546-2550 เพิ่มขึ้นร้อยละ 28.78

และจากการสอบถามผู้ส่งออกด้ายยางยืดว่า "ค้าขายกับจีนยากหรือง่าย" ได้รับคำตอบที่เป็นบวกว่า "ไม่ยาก (ครับ) เพราะไม่ค่อยมีผู้ผลิตจีนเป็นคู่แข่ง เนื่องจากจีนไม่ได้ผลิตสินค้านี้เองมากนัก และจีนนำเข้าเพื่อนำไปใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ"

แต่ไม่ใช่ว่า การส่งออกผลิตภัณฑ์ยางรายการอื่นๆ จากไทยไปตลาดจีนจะสวยงามและสดใสดังเช่นสองตัวอย่างข้างต้น ยังมีผลิตภัณฑ์ยางของไทยอีกหลายรายการ ที่ต้องประสบกับปัญหาในการส่งออก ไปตลาดแดนมังกร บางรายต้องยอมยกธงขาว ต้องชะลอหรือหยุดการส่งออกไปจีนเลยก็มีให้เห็นค่ะ

ในการศึกษาครั้งนี้ ดิฉันและคณะวิจัยได้วิเคราะห์ศักยภาพของผลิตภัณฑ์ยางรายการอื่นๆ ด้วย อาทิเช่น ถุงยางอนามัย ท่อยาง ถุงมือยาง ยางล้อ ยางรัดของ และสายพาน ซึ่งคงจะนำมาถ่ายทอดในคอลัมน์นี้ได้ไม่ครบ

แต่พอจะสรุปสั้นๆ ได้ว่า "หากเป็นการส่งออกสินค้าที่ไม่มีการผลิตในจีนหรือจีนผลิตได้น้อยไม่เพียงพอ การค้าขายกับจีนก็ไม่ยาก แต่ถ้าหากเป็นสินค้าที่จีนผลิตได้เอง ก็ต้องพบกับสารพัดปัญหาและอุปสรรค"

ดิฉันกำลังจะนำผลการศึกษาชิ้นนี้ ไปเผยแพร่ในงานสัมมนาชื่อ "ค้าขายกับจีนยากหรือง่าย : กรณีส่งออกยางพารา และผลิตภัณฑ์ยาง" ในวันพุธที่ 10 กันยายน เวลา 08.30-16.30 น. ณ ห้องประชุม 4/2 (30404) ชั้น 4 กระทรวงพาณิชย์ (สนามบินน้ำ) งานนี้จะมีภาคเอกชนผู้มีประสบการณ์ตรงในการส่งออกผลิตภัณฑ์ยางไปตลาดจีน มาร่วมการเสวนาในช่วงบ่ายด้วยค่ะ

หากสนใจลอง click ดูกำหนดการจัดงานสัมมนาได้ที่ www.asia.tu.ac.th  หรืออีเมล ajarawit@gmail.com  หรือโทรสอบถาม 08-1655-7732 มีเอกสารผลการศึกษาแจกฟรีในงาน