หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
เครียด! จะทำอย่างไร

คอลัมน์ การบริหารงานและการจัดการองค์กร โดย ดร.มิชิตา จำปาเทศ รอดสุทธิ สถาบันการบริหารและจิตวิทยา  Michita@ThaiBoss.com  ประชาชาติธุรกิจ  วันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 32 ฉบับที่ 4029

ช่วงนี้ไปเป็นที่ปรึกษา บรรยาย ประชุมหรือแม้กระทั่งถูกนักข่าวสัมภาษณ์ ยังไม่พ้นคำถามท็อปฮิตว่า "อาจารย์ครับ/คะ ตอนนี้ผม/หนู/องค์กรของเรา เครียด ทำอย่างไรดีคะ"

ปริมาณมากมายจนผู้เขียนจัดสัมมนาฟรีให้ในวันที่ 13 สิงหาคมนี้คนสมัครมากว่า 600 คน ห้องบรรจุแน่นแล้วนั้น เพื่อให้พวกเราได้เตรียมตัวเตรียมใจ รับมือกับวิกฤตที่รอบตัวเราได้อย่างมั่นคงและเตรียมเติบโตงอกงามได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้รายละเอียดในการเตรียมองค์กรในทุกมิตินั้นมีอีกมาก ไปหาเพิ่มได้เองใน www.ThaiBoss.com  การจัดการความเครียดเบื้องต้นอย่างง่ายๆ ที่เราทำได้เองแม้ว่าอันที่จริงการจัดการความเครียดที่ถาวร คือการหาสาเหตุที่แท้จริง ที่ทำให้เราเครียด และแก้ปัญหาที่สาเหตุนั้นๆ อย่างไรก็ตามหลายครั้งที่จิตใจเราวุ่นวายกว่าที่จะมาหาสาเหตุได้ การลดความวุ่นวายในเบื้องต้นจึงสำคัญ

เทคนิคต่างๆ จะได้แสดงฤทธิ์จริงได้ก็ต่อเมื่ออันดับแรก เรา "ตระหนักรู้ว่าเรามีความเครียด" เกิดขึ้นแล้ว (awareness) และยอมรับกับสภาวะที่เกิดขึ้นจริงนี้ (acceptance) นี่เป็นด่านสำคัญ เมื่อเราเข้าใจและยอมรับสภาวะกายใจของเรา ที่อาจตึงไปหน่อยนี้ได้แล้ว จะได้หาวิธีการที่เหมาะสมกับตัวเราบรรเทาอาการต่อได้ อาการทางกาย ที่จะช่วยเป็นตัวชี้วัดความเครียดได้บ้าง เช่น อาการปวดศรีษะ ปวดไมเกรน ผิวหน้ากระตุกเป็นระยะๆ กัดเล็บ ถอนผม เขย่าขาไม่รู้ตัว กลั้นหายใจไม่รู้ตัว ปวดไหล่ คอหลัง ฯลฯ ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่าใครมีอาการเหล่านี้จะเครียดหมดนะคะ อาจเป็นเพราะสาเหตุอื่นก็ได้

จากทฤษฎีสมดุลของ ศ.ดร.หลุย จำปาเทศ ปัจจัยหลักของการสมดุลคือ กาย ใจและสังคม โดยอยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อม ตอนนี้สิ่งแวดล้อมเรากระตุ้นให้เครียดง่ายขึ้นทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม เราจึงจำเป็นที่จะมาดูแลกายใจและสังคมรอบข้างตัวเราให้สมดุลมากขึ้น

กาย (Physio) การดูแลร่างกายให้แข็งแรงไม่เจ็บป่วยรับประทานอาหารที่เหมาะสม การพักผ่อนให้เพียงพอ ช่วยให้ความเครียดมาเยือนได้น้อยกว่า การพักผ่อนให้เพียงพอนี้เป็นเรื่องที่ทำได้ทันทีและง่ายถ้ารู้ตัวและตั้งใจจริง ผู้เขียนพบผู้คนไม่น้อยที่เก่งในสารพัดเรื่องแต่เครียดมาก เขาเหล่านี้เพียงแค่ลืมสนใจตัวเอง "นอน" ให้พอ ตื่นขึ้นมาแล้วรู้สึกสดชื่น บางคนติดอยู่ที่ใจที่ไม่ยอมพักผ่อนโดยมีข้ออ้างทางการงานมากมาย ซึ่งน่าเสียดาย เพราะยิ่งร่างกายเราไม่พร้อมพักผ่อนไม่พอ งานของเรายิ่งได้คุณภาพไม่ดีพอ และอาจจะทำงานแบบนี้ได้เพียงในระยะสั้นเท่านั้น

การออกกำลังกายในแบบที่เราชอบ จะช่วยให้สารเครียดทั้งหลายสลายตัวไป หลั่งสารความสุขขึ้นมาแทน แต่ข้ออ้างที่ได้ยินควบคู่กันมาคือ "ไม่มีเวลา" เราเริ่มคิดจัดเวลาสำหรับการออกกำลังกายดูนะคะ วิเคราะห์ดูตารางชีวิต แล้วลองดูว่าจะเปลี่ยนวิถีชีวิตช่วงไหนให้ร่างกายได้ขยับเคลื่อนไหวมากจนเหงื่อออกได้บ้าง บางท่านปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตให้มีการออกกำลังกายแฝงอยู่เลย เช่น เดินขึ้นบันไดแทนการขึ้นลิฟต์ จอดรถไกลหน่อย จะได้เดินมาที่ทำงานบ้าง ทำให้ต่อเนื่องสักหนึ่งเดือนขึ้นไป เราก็เริ่มจะได้พฤติกรรมการออกกำลังกายได้เป็นประจำแล้ว ความยากอยู่ที่ "ใจ" ของเราว่าแน่แค่ไหน

ใจ (Psycho) เริ่มตั้งแต่วิธีคิดวิธีวางใจของเรา หลายคนมักจะคิดวนไปมาวุ่นอยู่แต่กับเรื่องความเครียดของเราเอง ลองคิดเรื่องบวกเรื่องที่มีความสุขบ้าง ที่สำคัญคิดหาวิธีสร้างสุขเลย ไม่ต้องมัวแต่มาคร่ำครวญโวยวายกับความอับโชคของตน เว้นแต่กำลังอึดอัดเหนื่อยหน่าย อาจหาคนคุยระบายให้ฟังเสียหน่อยไม่ว่าจะเป็นคนที่บ้าน เพื่อนสนิท หรือแม้แต่มืออาชีพ เช่น นักจิตวิทยา จิตแพทย์ อย่ากลัวคนเหล่านี้เลย เขามีเทคนิคช่วยเหลือเรามากมาย ข้อควรระวังคือพอระบายได้ที่แล้วอย่าลืมคิดหาวิธีการเดินไปข้างหน้า ไม่เพียงจมอยู่ในเรื่องนั้นๆ

การภาวนา เป็นการช่วยผ่อนคลายถึงระดับจิตวิญญาณ ถ้าได้วิปัสสนาด้วยแล้ว ยิ่งทำได้มากกว่าเพียงพักผ่อน หรือผ่อนคลาย แต่เป็นการพัฒนาศักยภาพทางจิตใจได้อย่างชัดเจน เป็นผลให้ความฉลาดทางอารมณ์ EQ or Emotional Quotient) สูงขึ้นโดยอัตโนมัติ มีหลายทางเลือก เช่น ยุวพุทธฯ ( http://www.ybat.org/ ) เสถียรธรรมสถาน ( http://www.sdsweb.org/ ), หลวงพ่อปราโมชย์ ปาโมชโช http://www.wimutti.net  หรือแนวท่านติช นัท ฮันห์ แห่งหมู่บ้านพลัม http://www.thaiplumvillage.org/ 

สังคม (Socio) สังคมใดเราอยู่แล้วเป็นสุขเราก็ไปอยู่ใกล้ สังคมใดที่เราอยู่แล้วไม่เป็นสุข เราสามารถปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเราให้สังคมนั้นเปลี่ยนแปลง หรือห่างจากสังคมนั้นไปสักพักเพื่อเยียวยาจิตใจก่อน แล้วค่อยกลับมาช่วยกันเปลี่ยนแปลงให้มีความสุขขึ้น

หลายกิจกรรมที่เราสร้างขึ้นอาจร้อยเรียงได้ทั้งสามปัจจัย เช่น พาลูกหลานไปวิ่งเล่นในสวน ไปรำมวยจีนกับพ่อแม่ญาติผู้ใหญ่ ชวนคนในที่ทำงานออกกำลังกายกันนอนเย็นหลังเลิกงาน ชวนเพื่อนวาดรูประบายสีริมคลอง ตั้งแคมป์ดูนกกับครอบครัวที่วนอุทยาน อ่านหนังสือสบายๆ ริมทะเล ฯลฯ บางคนใช้เวลาว่างเพิ่มจิตอาสาในตัว ได้เรียนรู้และเข้าใจมิติทางสังคมอื่นๆ นอกจากในกล่องวงการของเรา ( www.volunteerspirit.org )

ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มขึ้นหรือลงลึกขึ้นในเรื่องความเครียดลองโทร.ไปสายด่วนกรมสุขภาพจิต 1667 หรือไปพบมืออาชีพต่างๆ นักจิตวิทยา จิตแพทย์ แค่รู้สึกอึดอัดหรือเครียดก็พบได้แล้ว จะได้หาทางแก้ไขจัดการตั้งแต่ยังเบื้องต้นอยู่ ขอให้ท่านผู้อ่านเริ่มลงมือจัดการชีวิตให้มีช่วงเวลาสำหรับความสุขเพิ่มขึ้น เราไม่มีเวลาที่จะเครียดแล้วค่ะ

หน้า 46