หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
จากความมหัศจรรย์ของเทคโนโลยี

บ้านเขาเมืองเรา : ดร.ไสว บุญมา  กรุงเทพธุรกิจ  วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เมื่อไม่นานมานี้ สถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งได้รับอนุญาตจากรัฐบาลอเมริกัน ให้เข้าไปถ่ายทำเรื่องการทำงานในห้องปฏิบัติการบังคับเครื่องบิน ชนิดที่ไม่ต้องมีนักบินในรัฐเนวาดา มาออกอากาศเป็นครั้งแรก ภาพที่ปรากฏบนจอโทรทัศน์ไม่ต่างกับการเล่นเกมบนจอคอมพิวเตอร์ของเด็กๆ แต่การปฏิบัติการในห้องนั้นไม่ใช่ของเด็กเล่นเลย มันอาจมีผลถึงชีวิตของคนจำนวนมาก เนื่องจากทหารที่นั่งอยู่ตรงหน้าจอกำลังบังคับเครื่องบิน ซึ่งลาดตระเวนอยู่เหนือสมรภูมิ ในอัฟกานิสถาน เขาสามารถสั่งให้เครื่องบินลำนั้นยิงอาวุธไปทำลายอะไรก็ได้ที่อยู่ในพิสัยของมัน แม้ภาพที่ปรากฏบนจอโทรทัศน์จะไม่แสดงให้เห็นการโจมตี แต่มีข่าวบ่อยๆ ว่า สหรัฐใช้เครื่องบินชนิดนั้น ทำลายบ้านในอัฟกานิสถานและปากีสถาน ซึ่งถูกสงสัยว่าเป็นที่หลบซ่อนของผู้ก่อการร้าย

นั่นหมายความว่า ทหารซึ่งนั่งอยู่ในห้องปรับอากาศกลางรัฐเนวาดาจะฆ่าใครก็ได้ ซึ่งอยู่ไกลคนละฟากโลก โดยตนเองไม่ต้องเสี่ยงกับการถูกยิงตก เฉกเช่นนักบินในสมัยก่อน มันดูไม่เป็นธรรม แต่มันเป็นความจริง และสิ่งที่ถูกนำมาถ่ายทอดนั้นเป็นเพียงความมหัศจรรย์ของเทคโนโลยีที่รู้กันอย่างกว้างขวางแล้ว กองทัพและสำนักงานจารกรรมของสหรัฐยังมีอาวุธลับอีกมากมายที่ใช้เทคโนโลยีระดับมหัศจรรย์ รวมทั้งการหายตัวซึ่งตอนนี้มีข่าวกระเส็นกระสายออกมาว่าทำได้แล้ว

ความมหัศจรรย์ของเทคโนโลยีมิใช่ของใหม่ แต่ส่วนใหญ่เราเคยชินกับมันในชีวิตประจำวัน เสียจนลืมนึกถึงว่ามันมีที่มาอย่างไร และอาจให้ทั้งผลร้ายและผลดี อาทิเช่น อาหารที่เรารับประทานกันอยู่ทุกวันนี้ มีฐานอยู่บนความมหัศจรรย์ของเทคโนโลยี ที่บรรพบุรุษของมนุษย์เรา ค้นพบเมื่อราว 10,000 ปีก่อน นั่นคือ การรู้จักปลูกพืช และเลี้ยงสัตว์ เพื่อใช้เป็นอาหารแทนการเก็บของป่า และล่าสัตว์ที่มีอยู่ตามธรรมชาติ เทคโนโลยีนั้น เอื้อให้เกิดการตั้งถิ่นฐานบ้านเมืองแบบถาวร แทนการเร่ร่อนไปตามฤดูกาล และเป็นฐานของการสร้างอารยธรรม แต่มันก็มีผลร้ายที่เราไม่ค่อยตระหนัก อาทิเช่น การผลิตอาหารได้ในปริมาณมากนำไปสู่การเพิ่มของประชากรอย่างรวดเร็ว อันเป็นการสร้างความจำเป็นที่จะต้องใช้ทรัพยากรเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ เพื่อตอบสนองความต้องการของคนที่เพิ่มขึ้น จนในที่สุด นำไปสู่การทำลายธรรมชาติยังผลให้สังคมมนุษย์ล่มสลายตามไปด้วย

ผลพวงของความมหัศจรรย์อันเกิดจากการผลิตอาหารได้มากมายมิได้มีเฉพาะในสมัยก่อนเท่านั้น หากมีให้เห็นอยู่ในปัจจุบันนี้ด้วย อาทิเช่น การผลิตอาหารได้มากจากเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิด "การปฏิวัติสีเขียว" เมื่อราว 60 ปีที่ผ่านมา ใช้ทั้งน้ำและสารเคมีแบบทวีคูณ ผลร้ายที่ตามมาแบบคาดไม่ถึง ได้แก่ แหล่งน้ำกำลังจะหมดไป จนทำให้เริ่มเกิดสงครามชิงน้ำกันในบางพื้นที่ และสารเคมีซึ่งมีพิษร้ายได้ทำลายระบบนิเวศ จนเป็นอันตรายแก่มวลมนุษย์เอง

เวลาผ่านไปหลายพันปีก่อนที่มนุษย์เราจะสามารถสร้างเทคโนโลยี ที่มีความมหัศจรรย์ในระดับการรู้จักปลูกพืช และเลี้ยงสัตว์ได้อีกครั้ง เทคโนโลยีใหม่มีหัวใจอยู่ที่เครื่องจักรกลซึ่งเพิ่มศักยภาพทางร่างกายของคนให้ทำงานได้มากขึ้น และเริ่มนำไปสู่ความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ได้สมญานามว่า "การปฏิวัติอุตสาหกรรม" เมื่อราว 250 ปีที่แล้ว เครื่องจักรกลช่วยผลิตสิ่งต่างๆ ได้มากมาย ที่มนุษย์เราไม่สามารถผลิตได้มาก่อน สิ่งที่ผลิตได้นั้น ส่วนหนึ่งเพื่อสนองความต้องการเบื้องต้น ที่ทุกคนจำเป็นต้องใช้ แต่อีกส่วนหนึ่งเพื่อสนองความอยาก ที่ถูกกระตุ้นให้เกิดขึ้นใหม่ ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิต อาทิเช่น บุหรี่ เหล้าและสินค้าจำพวกสนองแฟชั่นร่วมสมัย

เทคโนโลยีใหม่เอื้อให้มนุษย์เรายกมาตรฐานการครองชีพได้สูงขึ้น ซึ่งแสดงออกมาในรูปต่างๆ อาทิเช่น ความสะดวกสบายในการแสวงหาสินค้าและบริการและการมีชีวิตยาวนานขึ้นเรื่อยๆ แต่ในขณะเดียวกัน มันก็มีผลร้ายในรูปต่างๆ ซึ่งบางอย่างเกิดขึ้นด้วยความจงใจของมนุษย์เราเอง ผลพวงของการปฏิวัติอุตสาหกรรมสำคัญยิ่ง ได้แก่การเกิดโรงงานขนาดใหญ่ อันเป็นฐานของวิวัฒนาการที่เจ้าของโรงงานร่ำรวยมหาศาล แต่คนงานจำนวนมากยากจน ความแตกต่างนั้นนำไปสู่การเกิดแนวคิดอันเป็นฐานของระบบคอมมิวนิสต์เมื่อราว 160 ปีที่แล้ว ระบบนี้อยู่คนละขั้ว กับระบบตลาดเสรีที่มีอยู่ก่อน ความแตกต่างระหว่างแนวคิดสองขั้ว เป็นเหตุพื้นฐานของการช่วงชิงความเป็นใหญ่ ของผู้ที่ใช้ระบบทั้งสองในปรากฏการณ์ "สงครามเย็น" ซึ่งหลายครั้งเกือบนำไปสู่สงคราม ทำลายโลก แม้สงครามเย็นจะยุติลงแล้ว แต่อาวุธมหาประลัยที่ใช้ในการทำลายโลกยังอยู่ ร้ายยิ่งกว่านั้นมันกำลังแพร่กระจายออกไปเรื่อยๆ ด้วยความจงใจของมนุษย์หลายเชื้อชาติ ฉะนั้นโลกจึงยังมีโอกาสถูกทำลาย

เมื่อไม่กี่ทศวรรษมานี้มนุษย์เรามีเทคโนโลยีรุ่นใหม่ ซึ่งช่วยให้เราทำงานได้มากและรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในด้านการใช้มันสมอง มันเป็นฐานของการปฏิวัติครั้งใหม่ ซึ่งเอื้อให้เรายกมาตรฐานการครองชีพสูงขึ้นไปได้อีก ในหลายๆ กรณีเทคโนโลยีใหม่ ก่อให้เกิดภาวะไร้พรมแดนเมื่อระยะทางไกลๆ และขอบเขตของประเทศ ไม่เป็นอุปสรรคต่อการทำกิจกรรมของเราอีกต่อไป เฉกเช่นเทคโนโลยีที่ก่อให้เกิดการปฏิวัติในสมัยก่อน เทคโนโลยีล่าสุดนี้มีผลพวงในทางลบด้วย อาทิเช่น ในขณะที่มันก่อให้เกิดความร่ำรวยมหาศาล และยกระดับการครองชีพ มันก็เอื้อให้การโยกย้ายความร่ำรวยเป็นไปได้ภายในพริบตา การโยกย้ายเงินจำนวนมาก ข้ามพรมแดนแบบทันทีทันใด เคยสร้างปัญหาหนักหนาสาหัสให้หลายประเทศมาแล้ว รวมทั้งประเทศไทยเมื่อปี 2540 และในอนาคตมีโอกาสสร้างผลเสียหาย จนทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกล่มจม

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่า เทคโนโลยีมีที่มาจากมันสมองของคน ซึ่งจะสั่งให้มันทำอะไรก็ได้ ส่วนจะสั่งให้เกิดผลดี หรือร้ายขึ้นอยู่กับฐานด้านคุณธรรมของผู้สั่ง เทคโนโลยีใหม่เอื้อให้เกิดการสั่งฆ่ากันได้ โดยผู้สั่งไม่ต้องเสี่ยงอะไรเลย อาทิเช่น ทหารที่นั่งอยู่ในห้องปรับอากาศกลางรัฐเนวาดา สั่งฆ่าคนในอัฟกานิสถานดังตัวอย่างที่ยกมาข้างต้น เมืองไทยยังไม่มีเทคโนโลยีแบบมหัศจรรย์นั้นใช้ แต่ก็มีในระดับที่จะเอื้อให้นักการเมืองจำพวกอาชญากรแผ่นดิน ที่หลบหนีออกนอกประเทศไปอยู่ในลอนดอน ปอยเปตและเกาะกง สามารถบงการให้เกิดสิ่งที่ตนอยากให้เกิดในเมืองไทย ผ่านคนที่คอยเป็นทาสรับใช้ได้โดยไม่ต้องเสี่ยงต่อการถูกจับขังคุก สิ่งที่พวกเขาบงการอาจเป็นได้ทั้งข้างดีและข้างร้าย จะเป็นข้างไหนขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาเริ่มเข้าใจว่าคุณธรรมคืออะไร และกลับใจไปเป็นผู้ที่มีคุณธรรมแล้วหรือยัง ฉะนั้นการคิดว่าเมื่ออาชญากรแผ่นดินหนีออกนอกประเทศแล้วปัญหาจะหมดไป ย่อมเป็นการคิดที่ผิดถนัด