|
||||||||||||||
|
เขากำลังทำอะไรกันกับตลาดเงินตลาดทุน
Just an Idea : ดร. โชติชัย สุวรรณาภรณ์ areemitr54@yahoo.com กรุงเทพธุรกิจ วันศุกร์ที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ผมตั้งใจจะเขียนเรื่องปัญหาเงินเฟ้อ ซึ่งดูเหมือนจะเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์กันมากในตอนนี้ โดยสิ่งที่ผมจะเสนอแนะก็คือ ทำอย่างไรแบงก์ชาติ ถึงจะกำหนดวิธีการทำงานในการแก้ไขปัญหาเงินเฟ้อ ที่เกี่ยวข้องกับประชาชนอย่างถูกต้องเหมาะสม แต่หากผมเขียนวันนี้ก็จะต้องวิพากษ์วิจารณ์แบงก์ชาติโดยเฉพาะอย่างยิ่งวิธีการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อ ว่าควรจะต้องเปลี่ยนแปลงอย่างไร ให้มีความรับผิดชอบ สามารถประเมินผลงานได้และเป็น ประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกฎหมายธนาคารแห่งประเทศไทยฉบับใหม่มีผลบังคับใช้แล้ว และการกำหนดเป้าหมายเงินเฟ้อจะต้องทำร่วมกันและสอดคล้องกับรัฐบาล แต่ในขณะนี้สื่อมวลชนกำลังให้ความสนใจกับการทำงานระหว่างรัฐบาลและแบงก์ชาติ ซึ่งดูเหมือนว่าจะมีความสับสน และความขัดแย้งในระดับหนึ่ง และอาจมองไปเป็นเรื่องการเมืองได้ ผมจึงไม่อยากเขียนเรื่องดังกล่าวในขณะนี้ เพราะถึงแม้จะเขียนอย่างสร้างสรรค์ แต่ก็อาจจะถูกมองว่าเป็นการสร้างความแตกแยกหรือทะเลาะกันได้ ผมจึงขออนุญาตเขียนเรื่องนี้ในเวลาที่เหมาะสมกว่านี้ เมื่อวานนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นกับตลาดทุนไทยในขณะนี้ก็คือ การที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้มีมติเห็นด้วยกับความจำเป็นที่จะต้องแปรรูปตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เพื่อเตรียมความพร้อมในการแข่งขันระยะยาว เพราะการมีสถานะเป็นบริษัทมหาชนจำกัดที่มีหลักทรัพย์ (ตัวเอง) จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ จะสร้างแรงกระตุ้น ขับเคลื่อนและผลักดันให้ตลาดหลักทรัพย์เพิ่มประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกันนี้คณะกรรมการ ก.ล.ต.จึงได้อนุมัติให้จัดตั้งคณะกรรมการแปรรูป ซึ่งประกอบไปด้วยผู้แทนจากภาครัฐและภาคเอกชน ทำหน้าที่เสนอโครงการแปรรูปตลาดหลักทรัพย์ฯ เป็นบริษัทมหาชนจำกัด (Exchange Company - EXCO) ให้คณะกรรมการ ก.ล.ต.พิจารณาและเสนอกระทรวงการคลังเพื่อขอความเห็นชอบ โดยจำกัดสัดส่วนการถือหุ้นใน EXCO และห้ามต่างด้าวถือหุ้นเกิน 49% เว้นแต่คณะกรรมการ ก.ล.ต.ผ่อนผัน โดยให้สำนักงาน ก.ล.ต.เป็นผู้กำกับดูแลการนำ EXCO เข้าจดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ และที่สำคัญยกเลิกการผูกขาด การประกอบกิจการตลาดหลักทรัพย์ฯ และกิจการชำระราคา และส่งมอบ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อม ให้เกิดการแข่งขันในตลาดทุนไทย สิ่งที่คณะกรรมการ กลต. ตัดสินไปในครั้งนี้ก็คือการทำให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย สามารถอยู่ได้ในอนาคต กระบวนการที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น ก็คือรูปแบบตลาดหลักทรัพย์ที่จำเป็นต้องเปลี่ยนไปตามแนวโน้มสากล คือการเป็นบริษัทมหาชนจำกัดที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (Demutualization and Listing of Stock Exchange) ซึ่งเขาทำกันแล้วทั่วโลก และทำให้ตลาดหลักทรัพย์เหล่านั้น มีประสิทธิภาพและมีมูลค่าเพิ่มขึ้น สามารถดึงดูดบริษัทให้เข้ามาจดทะเบียน และนักลงทุนเข้ามาซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์มากขึ้น และที่สำคัญทำให้ผู้บริหารของตลาดหลักทรัพย์ต้องเก่ง มีความสามารถ และมีความเป็นมืออาชีพจริงๆ ถึงจะอยู่ได้ และที่สำคัญอีกประการหนึ่ง ก็จะช่วยลดการแทรกแซงจากฝ่ายการเมืองได้ ความฝันของผมประการหนึ่งกำลังจะเป็นจริงแล้ว ผมขออนุญาตประชาสัมพันธ์สักเล็กน้อย ผมกำลังมองหาคนที่สนใจจะไปทำปริญญาเอก ในสาขาเศรษฐศาสตร์ที่ประเทศเยอรมนี ตั้งแต่ปี 2009 - 2010 โดยผู้สมัครควรมีความสามารถทางคณิตศาสตร์ สถิติ หรือเศรษฐมิติดีมาก และสามารถใช้โปรแกรม STATA ได้ และมีความสามารถในการเขียนภาษาอังกฤษดีมาก ผู้สนใจสามารถส่งประวัติมาได้ที่อยู่ตาม Email ข้างบน ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะได้รับทุน ซึ่งรวมค่าเล่าเรียน ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายเป็นรายเดือนในสกุลเงินยูโร
|