หน้าแรก ธุรกิจ บทความ Down Load เชื่อมโยง Glossary

สมุดเยี่ยม 

ปี 2006 p1

ปี 2005 p2

ปี 2005 p1 ปี 2004 p2 ปี 2004 p1 ปี 2003 p1 ปี 2002
ขอพรวีซ่าจากพระวิษณุ

อาหารสมอง : วีรกร ตรีเศศ  มติชนรายสัปดาห์  วันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2551 ปีที่ 28 ฉบับที่ 1462

คิวขอวีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกาไปท่องเที่ยวหรือทำงานหน้าสถานทูตหรือสถานกงสุลในประเทศไทยว่ากันว่าแน่นแต่เช้า แต่หากลองไปดูที่มานิลา จาร์กาต้า และบางเมืองในอินเดียแล้วจะแปลกใจ และจะตกใจยิ่งขึ้นถ้าเห็นภาพหลังฉากของคนอินเดียที่ต้องการได้วีซ่าเข้าไปทำงานในสหรัฐอเมริกาจนต้องใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นตัวช่วย

ณ เมือง Hyderabad เมืองหลวงซึ่งมีพลเมืองประมาณ 7 ล้านคนของรัฐ Andra Pradesh ที่อยู่ทางตอนใต้ของอินเดีย ทุกวันคนจะไปบูชาเทวรูป Lord Balaji ซึ่งเป็นอีกปางหนึ่งของพระวิษณุ เทพเจ้าฮินดูซึ่งมีผู้คนนับถือกันมากมายอย่างแน่นขนัดในวัด Chilkur Balaji

ถ้าบอกว่าผู้คนเรียกเทวรูป Lord Balaji นี้ว่า Visa God ก็คงจะทราบทันทีว่าที่ไปกันแน่นก็เพื่อไปอธิษฐานขอให้ได้ Visa เข้าไปทำงานในสหรัฐอเมริกา (มิได้ขอให้บัตรเครดิต Visa ยอมลดดอกเบี้ยของหนี้ที่ค้างอยู่แต่อย่างใด)

Visa ประเภท "H-1B" เป็นที่ปรารถนาของชาวต่างชาติที่ต้องการเข้าไปทำงานในสหรัฐอเมริกา อย่างไรก็ดีทางการจำกัดวีซ่าประเภทนี้ไว้เพียงปีละ 65,000 คนเท่านั้น และอินเดียเป็นชาติที่มีสัดส่วนได้ไปมากที่สุดเพราะสมัครจำนวนมาก อีกทั้งมีวิศวกร นักวิทยาศาสตร์มือดี ที่ตรงกับความต้องการของทางการมากเป็นพิเศษ

เมื่อก่อนนี้ "H-1B" (มิใช่ชื่อของ HIV ที่กลายพันธุ์ใหม่) ก็ไม่ร้อนแรงมากเหมือนปัจจุบัน ในปี 2004 กว่าจะมีคนสมัครครบ 65,000 ก็ใช้เวลาถึง 11 เดือน ปีที่แล้วมีคนสมัครครบในเวลาเพียง 2 เดือน ปัจจุบันสมัครครบ 65,000 ในวันเดียวและมีจำนวนผู้สมัครมากกว่าจำนวน 65,000 ที่ต้องการหลายเท่าตัว

วิธีการคัดเลือกก็คือผู้สมัครทุกคนจะได้หมายเลขที่ไม่เรียงกันโดยแจกให้แบบตามบุญตามกรรม จากนั้นจำนวน 90,000-110,000 คนเรียงตามหมายเลขที่ได้รับก็จะได้รับการพิจารณาเพื่อรับไปเพียง 65,000 คน ถ้าขาดไม่ครบ 65,000 คน ก็จะทำทั้งกระบวนการอีกครั้ง

การได้ "H-1B" จึงมิใช่เรื่องง่ายต้องมีทั้งดวงและคุณสมบัติ ผู้คนพยายามหาตัวช่วยด้านดวง และหลายคนที่ไปบูชาที่วัดนี้ได้วีซ่ากันมากดังนั้นการโฆษณาแพร่กระจายแบบปากต่อปากจึงดึงดูดผู้คนให้ไปบูชาที่วัดนี้กันมากยิ่งขึ้น

การเป็น Visa God ของเทวรูป Lord Balaji ประจำวัดนี้มิได้เป็นไปอย่างบังเอิญ เมื่อตรวจสอบดูก็พบว่ามาจากมันสมองของ Mr.Gopala Krishna พระเจ้าอาวาสที่มีประสบการณ์ทำงานในบริษัทการตลาดเกือบ 30 ปี พ่อเขาเคยเป็นเจ้าอาวาสของวัด Chilkur Balaji ซึ่งมีอายุ 100 กว่าปี และเมื่อเกษียณอายุเขาก็ลาออกจากงานมารับช่วงต่อ

Krishna ปัจจุบันอายุ 63 ปี เขาต้องการหา Niche (ช่องตลาด) ให้แก่วัดของเขาเพื่อให้แตกต่างกว่าวัดอื่นๆ เพื่อผู้คนจะได้หลั่งไหลมาบูชา เขาพยายามสร้างอัตลักษณ์ของ รูปปั้นเทพเจ้านี้ของวัดว่าเป็น Visa God เชี่ยวชาญในความศักดิ์สิทธิ์ด้านการช่วยให้ได้วีซ่าเข้าสหรัฐอเมริกาและประเทศยุโรปตะวันตกอื่นๆ (ปัจจุบันแม้แต่ความศักดิ์สิทธิ์ยังต้องมีความเชี่ยวชาญเลย แล้วเราจะไม่สร้างความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวขึ้นได้อย่างไร)

วัดที่ตั้งอยู่ชานเมือง Hyderabad นี้ เมื่อสิบปีที่แล้วเงียบสงบมาก มีคนมาบูชาอาทิตย์ละ 2-3 คนเท่านั้น แต่หลังจากที่เป็น Visa God แล้วปัจจุบันมีคนมาบูชาอาทิตย์ละไม่ต่ำกว่า 100,000 คน

การตลาดของ Krishna สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเมือง Hyderabad ซึ่งกำลังไล่ตามหลังเมือง Bangalore ที่เป็นเมืองหลวงของรัฐ Karnataka ที่อยู่ติดกัน Bangalore เป็นเมือง IT ของอินเดีย มีการรับจ้างเขียนโปรแกรมให้ Microsoft Nintendo ฯลฯ บริการ call center ให้บริษัทใหญ่ในสหรัฐอเมริกา อีกทั้งมีการร่วมทุนกับบริษัท IT ใหญ่ๆ ในโลก

Hyderabad พยายามเดินทางเส้นเดียวกับ Bangalore จนมีคนเรียกชื่อใหม่ว่า Cyberabad ทางการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานและชักชวน General Electric และ Microsoft ให้ตั้งสำนักงาน ธุรกรรมไฮเท็คกำลังขยายตัวอย่างรวดเร็ว มีโรงเรียนอาชีวะด้านไฮเท็ค หลายแห่งเกิดขึ้นรอบเมืองพร้อมกับดึงดูดวิศวกร นักเทคโนโลยีให้มาทำงาน และในที่สุดคนเหล่านี้ก็ปรารถนาไปทำงานที่สหรัฐอเมริกาและประเทศในยุโรปตะวันตก

เด็กที่จบมหาวิทยาลัยและวิทยาลัยทางเทคนิคฝันที่จะไปทำงานต่างประเทศด้วยการได้วีซ่า "H-1B" จึงแห่กันมาหาตัวช่วยจากวัดกันเนืองแน่น วัดมีรายได้อย่างงามจนครอบครัวของ Krishna ต้องต่อสู้อย่างหนักกับท้องถิ่นที่ต้องการครอบครองวัดนี้

ปรากฏการณ์เดียวกันเกิดขึ้นที่ญี่ปุ่นมาเป็นเวลานานกับวัดที่ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์ในการช่วยให้สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ ที่ผู้สอบเข้าปรารถนา แต่ละวัดก็จะเชี่ยวชาญในความศักดิ์สิทธิ์ในการเข้าแต่ละมหาวิทยาลัย เด็กอยากเข้ามหาวิทยาลัยดังแห่งไหนก็จะไปซื้อป้ายที่วัดนั้นขายและเขียนคำอธิษฐานที่ต้องการลงไปและเอาไปแขวนบนต้นไม้ในวัดนั้น ได้ยินมาว่าบางครอบครัวไปอธิษฐานบ่อยๆ ตั้งแต่ยังเด็กก็มี

มหาวิทยาลัยดังๆ ของไทยและบางวัดอาจร่วมมือกันในยุคบริโภคนิยมปัจจุบันเลียนแบบวิธีการของญี่ปุ่น แต่อาจไม่สำเร็จก็ได้เพราะปัจจุบันมหาวิทยาลัยบางแห่งก็รับคน เข้าเรียนแบบแทบไม่จำกัดอยู่แล้ว หากเข้าหลักสูตรปกติไม่ได้ก็มีหลักสูตรพิเศษให้เรียน ทั้งในระดับปริญญาตรี โท และเอก ไม่ต้องมีกึ๋นมากนักเหมือนในอดีต ขอแต่ให้มีเงินมากๆ ก็มีโอกาสได้เรียน

บทเรียนจากเรื่อง Visa God ก็คือการสร้าง Niche (บางวัดใหญ่ของไทยร่ำรวย ล้นฟ้าก็ทำอยู่แล้วอย่างไม่ต้องสอนกัน) ในการดำเนินงานของวัดและการตระหนักถึงการสร้าง Niche นี้จากฝั่งของผู้บริโภค

หากผู้บริโภคขาดสติไม่เข้าใจวิธีการสร้าง Niche ของบรรดาวัดและเกจิอาจารย์บางแห่งแล้วก็จะเสียเงินไปอย่างไม่เข้าท่า ที่น่าเจ็บใจแทนคนเหล่านี้ก็คือ บางครั้งถึงแม้รู้ว่าถูกหลอกแต่ก็เต็มใจให้หลอกเพราะมันทำให้เขารู้สึกสบายใจ

เมื่อมันเป็นอย่างนี้แล้วบางคนอาจบอกว่าแล้วเราจะไปยุ่งอะไรกับเขา เงินและเวลาก็ของเขา แต่ที่ต้องยุ่งก็เพราะมันเป็นแหล่งดึงดูดคนใหม่ที่มีประสบการณ์และความรู้น้อยให้เข้าไปเสียเงินให้วัดอย่างน่าเสียดาย

เครื่องเคียงอาหารสมอง

ขอแนะนำหนังสือดีแนวสร้างความคิด พลังใจ และเป้าหมายชีวิตสำหรับเยาวชนที่กำลังเติบโตและสำหรับผู้ใหญ่ที่ไฟอุดมการณ์กำลังมอด

"สงครามชีวิต" โดย ศรีบูรพา (กุหลาบ สายประดิษฐ์)

"ความรักของวัลยา" และ "ปีศาจ" โดย เสนีย์ เสาวพงษ์ (ศักดิ์ชัย บำรุงพงษ์)

"นกนางนวลโจนาธาน" แปลโดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ หนังสือฝรั่งเล่มบาง ที่รู้จักกันทั่วโลกตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1970

"พูนศูข พนมยงค์" หนังสือล่าสุด ของ ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ผู้ไม่ต้องการเกียรติยศใดๆ ทั้งสิ้น

น้ำจิ้มอาหารสมอง

Old age is like a plane flying through a storm. Once you are aboard, there is nothing you can do.

(Golda Meir อดีตนายกรัฐมนตรีหญิงของอิสราเอล; 1898-1978)

ความแก่คล้ายกับเครื่องบินที่กำลังบินผ่านพายุ เมื่อท่านขึ้นไปอยู่บนเครื่องแล้วไม่สามารถทำอะไรกับมันได้

หน้า 46